แม่ร้องต้นอ้อ! อ้างผัวชอบชวนมีอะไรกันต่อหน้าลูก 4 ขวบ ถ้าไม่ยอมโดนตื้บ ซ้ำพยายามย่ำยีลูกแท้ๆตัวเอง

ข่าวเวิร์คพอยท์
แม่ร้องต้นอ้อ! อ้างผัวชอบชวนมีอะไรกันต่อหน้าลูก 4 ขวบ ถ้าไม่ยอมโดนตื้บ ซ้ำพยายามย่ำยีลูกแท้ๆตัวเอง

แม่ร้องต้นอ้อ! อ้างผัวชอบชวนมีอะไรกันต่อหน้าลูก 4 ขวบ ถ้าไม่ยอมโดนตื้บ บางครั้งก็ช่วยตัวเองให้ลูกดู ซ้ำพยายามย่ำยีลูกแท้ๆตัวเอง

(18 ก.ค. 68) นางชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง โพสต์ข้อความระบุว่า "สุดวิปริต แม่ร้องต้นอ้อ ผัวชอบชวนมีอะไรกันต่อหน้าลูกวัยสี่ขวบ ถ้าแม่ไม่ทำก็จะโดนตื้บ แถมยังมีพฤติกรรมชอบอนาจาร บางครั้งก็ช่วยตัวเองให้ลูกดู และพยายามข่มขืนลูกแท้ๆตัวเอง รอติดตาม"

แม่ร้องต้นอ้อ! อ้างผัวชอบชวนมีอะไรกันต่อหน้าลูก 4 ขวบ ถ้าไม่ยอมโดนตื้บ ซ้ำพยายามย่ำยีลูกแท้ๆตัวเอง

ที่ สน.บางชัน นางสาว ชลิดา พะละมาตย์ หรือ "ต้นอ้อ" ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง เดินทางมาเข้าพบ พันตำรวจเอก กฤติเดช ภูมิธเนศ ผู้กำกับ สน.บางชัน เพื่อประสานขอความช่วยเหลือแม่และลูกสาว วัย 4 ขวบ หลังถูกพ่อแท้ ๆ กระทำอนาจาร และพยายามข่มขืนลูกตัวเอง ส่วนผู้เป็นแม่โดนทำร้ายร่างกายมาตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 

โดยบรรยากาศที่สน. บางชัน หลังต้นอ้อเป็นหนึ่งประสานขอความช่วยเหลือแล้ว ทางผู้กำกับและเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงคุณต้นอ้อเป็นหนึ่งก็มีการเข้าไปประชุมหารือวางแผนในการให้ความช่วยเหลือที่บริเวณห้องสืบสวนของโรงพัก

หลังจากนั้นช่วงเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เข้าช่วยเหลือ นางสาวโบว์ นามสมมุติ พร้อมลูกสาววัยประมาณ 4 ขวบเศษ ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในซอยกาญจนาภิเษก 025 แยก 1-3 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง โดยมีเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ก และเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

จากนั้นต่อมาเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือ ก่อนจะพาตัวเด็กหญิงวัย 4 ขวบเศษเดินทางไปยัง สน.บางชันก่อน เพื่อดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับนายท็อป อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นพ่อของเด็ก

ต่อมาทีมข่าวได้มีการเข้าไปสอบถามกับ นางสาวโบว์ (นามสมมุติ) อายุ27ปี หญิงผู้เสียหายและแม่ของเด็ก เล่าว่า ตนกับลูกสาววัย 4 ขวบถูกพ่อแท้ๆของลูกทำร้ายร่างกายมาตลอดหลายปี ซึ่งตนก็อดทนมาโดยตลอดเนื่องจากเป็นพ่อของลูก และช่วงหลังพ่อของลูกยังมีพฤติกรรมแปลกๆ ชอบแก้ผ้ากอดลูก ชอบบังคับลูกจูบปากไซ้คอ และชอบกอดลูกเวลาไม่สวมเสื้อผ้า

จนกระทั่งเมื่อวันที่16 ก.ค. ลูกสาวมาบอกกับตนว่าพ่อจับตรงอวัยวะเพศ พอทราบเช่นนั้นจึงรีบประสานทางต้นอ้อ เป็นหนึ่งทันทีและแอบอัดคลิปไว้ดูพฤติกรรมสามีและเอาไว้ใช้เป็นหลักฐาน

โดยที่ผ่านมา ตนคบหาฝ่ายชายมาเป็นระยะเวลา 5 ปีกว่า พฤติกรรมแรกๆก็ดี เนื่องจากฝ่ายชายเคยเป็นทหารเกณฑ์ แต่หลังจากคลอดลูกก็เริ่มมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกาย

ซึ่งก็ทำให้ตนถูกทำร้ายร่างกายมาตลอด และนอกจากนี้ฝ่ายชายยังมีประวัติใช้สารเสพติดเมื่อ 2 ปีที่แล้วแต่ปัจจุบันไม่ทราบว่ายังมีการใช้สารเสพติดอยู่หรือไม่ ส่วนสภาพจิตใจลูกสาวตอนนี้ ลูกสาวยังเป็นเด็กร่าเริงตามปกติ เพราะตนเลี้ยงเองไม่ค่อยให้พ่ออยู่ด้วยกันกับลูกสองต่อสอง 

ส่วนพฤติกรรมที่บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าลูก ยืนยันว่าเป็นความจริง แต่ตนจะไม่ค่อยยอม ทำให้ฝ่ายชายจะทำร้ายตนต่อหน้าลูกและโมโหใส่ลูกบ้าง ซึ่งตนไม่เคยถามว่าทำไมมีพฤติกรรมเช่นนี้ แต่เคยมีเตือนไปว่าทำต่อหน้าลูกแบบนี้มันไม่ดี แต่ฝ่ายชายไม่ฟังแต่ตอบกลับตนมาว่า “บอกว่าเป็นเรื่องปกติ ”

หลังจากนี้อยากให้ดำเนินการกฎหมายได้เลย ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด และหลังจากนี้ยืนยันว่าจะเลิกขาดกับฝ่ายชาย

ทางด้านนางสาว ชลิดา พะละมาตย์ หรือ "ต้นอ้อ" ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ให้สัมภาษณ์หลังเข้าให้การช่วยเหลือว่า เมื่อวานนี้ช่วงเช้าทางแม่ของเด็กได้มีการทักมาขอความช่วยเหลือกับตน หลังจากนั้นได้มีการพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เมื่อเห็นคลิปวิดีโอหลักฐานที่แม่เด็กส่งให้ดู ก็ตกใจว่าทำไมถึงทำลูกเช่นนั้น เนื่องจากเห็นพ่อเด็กเปลื้องผ้า และพยายามที่จะล่วงละเมิดลูกตนเองโดยที่ภรรยาก็อยู่ตรงนั้น 

ซึ่งตัวแม่เด็กเองก็พยายามที่จะถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นหลักฐาน และเล่าให้ฟังว่าฝ่ายชายพยายามที่จะเดินแก้ผ้าให้ลูกเห็น และช่วยตนเองให้ลูกดูเป็นระยะเวลาประมาณสองปีแล้ว ส่วนตัวแม่เด็กก็ถูกทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกันจึงไม่กล้าแจ้งใคร จนกระทั่งลูกสาวได้มาบอกว่าพ่อจับอวัยวะเพศ

เมื่อตนได้หลักฐานแล้วจึงประสานทางเจ้าหน้าที่ทันที และทางท่านผู้กำกับสน. บางชันก็ได้มีการประสานชุดสืบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมองว่ากรณีแบบนี้ไม่สามารถรอได้ และเดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการไปเชิญตัวพ่อเด็กมาก่อน เพราะแม่ยังไม่ได้แจ้งความ ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีภาพที่พ่อถอดเสื้อผ้าขึ้นทับตัวเด็กและมีการถอดกางเกงของเด็กด้วย และตรงขามีไม้แขวนเสื้อ ซึ่งถ้าเด็กร้องไม่ยอมก็จะโดนตี 

ซึ่งหลังจากพาตัวเด็กออกมาจากบ้าน น้องก็พูดจาสนุกสนานปกติแต่สภาพจิตใจน้องยังเด็ก ไม่ทราบว่าสิ่งที่พ่อทำคืออะไร ซึ่งเด็กอาจจะมองว่ามันเป็นการแสดงความรักแต่ไม่ใช่ 

ส่วนแม่เด็กเองก็ตัดสินใจที่จะไม่เอาสามีและเลือกลูก เพราะหากยังลังเล ตนจะไม่เข้ามาช่วย แต่แม่เด็กไม่ได้ลังเล และกังวลว่าหลังจากนี้ตัวแม่ของเด็กและลูกสาวจะปลอดภัยหรือไม่และฝ่ายชายถ้าถูกจับดำเนินคดีหรือไม่ 

ซึ่งวันนี้ก็ได้รับการประสานจาก ท่านรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์จากกระทรวงยุติธรรมส่งทีมงานมา เพื่อจะดูแลในเรื่องของการเยียวยาและเรื่องคดีและการคุ้มครองพยาน ซึ่งเคสนี้เป็นเคสที่หน้าหดหู่เนื่องจากไม่รู้ว่าตัวพ่อเด็กมีพฤติกรรมทางจิตเวชหรือไม่ และจากนี้จะพาตัวเด็กไปตรวจร่างกาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง