ดราม่าบาร์โฮส! สาววัยรุ่นเบี้ยวค่าเที่ยวเกือบ 6 หมื่น ร้านจับโกนหัวชดใช้หนี้

ข่าวเวิร์คพอยท์
ดราม่าบาร์โฮส! สาววัยรุ่นเบี้ยวค่าเที่ยวเกือบ 6 หมื่น ร้านจับโกนหัวชดใช้หนี้

ดราม่าบาร์โฮส! สาววัยรุ่นเบี้ยวค่าเที่ยวเกือบ 6 หมื่น ร้านจับโกนหัวชดใช้หนี้ ชาวเน็ตเสียงแตก

(28 ส.ค. 69) กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลังติ๊กต็อกของ “ต้นอ้อเป็นหนึ่ง” ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวสุดพีคภายใต้แฮชแท็ก #โดนโกนหัวที่บาร์โฮส ถึงพฤติกรรมของหญิงสาววัยรุ่นรายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าอายุอาจจะยังไม่ถึง 20 ปี ที่มีพฤติกรรมชอบเที่ยวบาร์โฮสหลายแห่ง แต่กลับมีพฤติกรรม "แล้วเชิด" ไม่ยอมจ่ายเงิน จนบรรดามาม่าซังและเด็กในร้านต่างจำหน้าได้แม่น

เปิดพฤติการณ์ "ชักดาบ" จนเจอดี โดยรายงานระบุว่า หญิงสาวคนดังกล่าวทำพฤติกรรมลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งในหลายร้าน จนกระทั่งล่าสุดได้ไปเที่ยวร้านบาร์โฮสแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า และพยายามใช้วิธีเดิมคือสั่งเครื่องดื่มและเรียกเด็กมาดูแล แต่เมื่อถึงเวลาชำระเงินกลับไม่ยอมจ่าย ครั้งนี้ทางฝั่งผู้จัดการร้านจึงตัดสินใจ "แก้เผ็ด" เพื่อดัดหลังพฤติกรรมชักดาบ โดยจับทำสัญญาซื้อขายผมในราคา 3,000 บาท เพื่อนำเงินมาขัดดอก/ชดใช้ค่าบริการ แต่เรื่องราวกลับพีคยิ่งกว่า เมื่อทางร้านลงมือ "โกนหัวเกลี้ยงเหมือนแม่ชี" แทนที่จะเป็นการตัดผมแบบทั่วไป

ด้านชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น เสียงแตกเป็น 2 ฝ่าย หลังจากเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล โดยชาวเน็ตแบ่งความคิดเห็นออกเป็น 2 ฝั่งอย่างชัดเจน

ฝั่งเห็นใจ/มองว่าร้านทำเกินกว่าเหตุ: มองว่าแม้หญิงสาวจะทำผิดกฎหมายฐานชักเบี้ยวค่าบริการจริง แต่ทางร้านไม่มีสิทธิ์ไปลงโทษด้วยการละเมิดร่างกายหรือโกนหัว ควรใช้กระบวนการทางกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีมากกว่า

ฝั่งสะใจ/มองว่าสมควรแล้ว มองว่าเป็นการดัดหลังที่เหมาะสม เพราะหญิงสาวรายนี้มีพฤติกรรมตั้งใจมาโกงและทำแบบนี้กับหลายร้านมาแล้วหลายครั้ง หากไม่เจอบทเรียนที่เด็ดขาดก็คงจะไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้ร้านอื่นอีก

ขณะเดียวกันหลังทีมข่าวได้รับข้อมูลจึงได้ติดต่อไปหานางชลิดา พะละมาตย์ ประธานกลุ่มเป็นหนึ่ง หรือต้นอ้อเป็นหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้โพสต์เรื่องราวนี้ไป เพื่ออยากได้ข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่าย ทั้งฝั่งผู้จัดการร้านและตัวน้องผู้หญิง ทางร้านก็ได้ติดต่อกลับมาเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา โดยทางร้านเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา น้องผู้หญิงคนนี้เข้ามาเที่ยว ใช้บริการไปเกือบ 60,000 บาท แต่ไม่มีเงินจ่าย และยังพบว่าใช้ 'บัตรประชาชนปลอม' ในการเข้าร้านด้วย ทางร้านแจ้งว่าน้องมีพฤติกรรมไปเที่ยวหลายสถานที่แล้ว 'กินแล้วไม่จ่าย' ในลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว

ทางผู้จัดการร้านจึงให้น้องทำสัญญาซื้อขายเส้นผมเป็นเงิน 3,000 บาท เพื่อหักค่าน้ำและค่าบริการ โดยในสัญญาระบุว่ายินยอมให้ตัดและโกนผม ตนจึงถามกลับไปว่า ทำไมไม่พาไปแจ้งความดำเนินคดีเลย และ ถ้าจะเอาผมไปบริจาค ทำไมต้องโกนศีรษะน้องขนาดนั้น แต่ทางร้านกลับอ้างว่า เอาผมให้น้องในร้านไปบริจาค แต่ไม่ได้ระบุสถานที่ชัดเจน

ขณะเดียวกันคุณต้นอ้อยังบอกอีกว่า เข้าใจทางร้านนะว่าเขามีต้นทุนในการทำธุรกิจ น้องๆ ที่ทำงานก็ต้องหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่การกระทำแบบนี้ มันเป็นการทำเกินกว่าเหตุและผิดกฎหมาย ถึงแม้น้องจะยินยอมในสถานการณ์นั้น แต่เราก็ไม่รู้ว่ามีแรงกดดันอะไรหรือเปล่า ซึ่งล่าสุด ทางร้านได้ออกมาขอโทษสังคมผ่านตนเองแล้ว และยอมรับว่าผู้จัดการร้านใจร้อนเกินไปเพราะความโมโห ซึ่งทางร้านเตรียมจะติดต่อประสานไปยังครอบครัวของน้องเพื่อเข้าเยียวยาต่อไป

นอกจากนี้ ต้นอ้ออยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ พม. ให้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของน้องด้วย เพราะดูแล้วน้องน่าจะอายุไม่ถึง 20 ปี อาจจะยังเป็นเยาวชน และไม่แน่ใจว่าป่วยหรือมีปัญหาทางจิตหรือไม่ ถึงมีพฤติกรรมชอบออกมาเที่ยวกลางคืนทั้งที่ไม่มีเงินแบบนี้

ทั้งนี้อยากฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ ร้านอย่าใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย ถ้าพบเหตุชักดาบหรือโกง ควรพาไปแจ้งความดำเนินคดี ให้กฎหมายจัดการจะดีที่สุดและยุติธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง