อดีตแฟนพาเหยื่อร้อง "ธนกฤต" อ้าง "ด.ต.สงขลา" แอบถ่ายคลิปลับขายกลุ่มลับ

อดีตแฟนพาเหยื่อร้อง "ธนกฤต" อ้าง "ด.ต.สงขลา" แอบถ่ายคลิปลับขายกลุ่มลับ หยื่อกว่า 20 ราย พบอายุน้อยสุด 4 ขวบ
(5 ส.ค. 69) ที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร อดีตแฟนสาวของตำรวจนายหนึ่ง พร้อมผู้เสียหายอีกหลายราย นำหลักฐานเข้าขอความช่วยเหลือจาก นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ประธานกลุ่มทนายธนกฤต จิตอาสา หลังถูกดาบตำรวจ ฝ่ายสืบสวน ของ สภ. แห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ข่มขู่และบังคับถ่ายคลิปลามกอนาจารนำไปโพสต์ขายลงกลุ่มลับ โดยอ้างว่ามีผู้บังคับบัญชาของดาบตำรวจคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และมีผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 20 ราย
จากการให้ข้อมูลของอดีตแฟนสาว ระบุว่า ตนเองถูกบังคับให้คบหากับดาบตำรวจนายนี้เพราะเคยถูกถ่ายคลิปลับ โดยคบหากันเป็นเวลา 2 ปี ตลอดระยะเวลาที่คบหากัน ถูกถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์ซึ่งตนเองก็พยายามตามลบ ต่อมามีโอกาสเปิดเจอในโทรศัพท์มือถือของดาบตำรวจ พบว่ามีพฤติกรรมชอบถ่ายคลิปผู้หญิงเวลามีประชาชนมาแจ้งความ
กระทั่งปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ดาบตำรวจประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ พบโทรศัพท์มือถือตกอยู่ในรถกว่า 10 เครื่อง รวมถึงยาเสพติดทั้งยาบ้าและไอซ์ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นของกลางที่ตรวจยึดมาได้ จังหวะนั้นตนเองสามารถหยิบโทรศัพท์ออกมาได้ 1 เครื่อง เมื่อเปิดดูพบคลิปอนาจารผู้หญิงหลายคน โดยผู้เสียหายที่อายุน้อยที่สุดมีอายุเพียง 4 ขวบ ตนจึงพยายามตามหาผู้เสียหายที่ปรากฏในคลิป ก่อนตัดสินใจเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน
หลังแจ้งความ ต้นสังกัดได้สั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พร้อมมีคำสั่งให้ดาบตำรวจย้ายไปช่วยราชการที่ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาเพียง 3 วัน ก่อนจะให้กลับมาทำงานที่ สภ.เดิม อีกทั้งยังถูกข่มขู่ให้พาผู้เสียหายทุกคนไปถอนแจ้งความ มิเช่นนั้นจะมาผูกคอตายที่บ้านของผู้เสียหาย ซึ่งปัจจุบันดาบตำรวจนายนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายอายุ 14 ปี ซึ่งระบุว่าเหตุเกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา ขณะอายุ 13 ปี โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้าน ตนถูกแยกตัวออกจากบุคคลอื่น ก่อนถูกค้นตัวและกระทำในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ทั้งที่ตามขั้นตอนกฎหมายการตรวจค้นผู้หญิงต้องดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง
ด้าน นายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า หลังจากนี้จะพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีการเผยแพร่สื่อลามกทางออนไลน์ รวมถึงประสานกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอคุ้มครองพยานและดำเนินการเรียกค่าชดเชยตามกฎหมาย พร้อมเรียกร้องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณามีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างการสอบสวน เนื่องจากเกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือข่มขู่ผู้เสียหายเพิ่มเติม เพราะปัจจุบันผู้เสียหายหลายรายยังคงถูกติดต่อและกดดันจากผู้ถูกกล่าวหา




