แม่นักโทษจำยอมอโหสิกรรมเรือนจำจัดยาให้ไม่ถูกโรคจนลูกต้องตาย สุดเจ็บปวดเหลือแค่ 3 วันพ้นโทษ

แม่นักโทษจำยอมอโหสิกรรมเรือนจำจัดยาให้ไม่ถูกโรคจนลูกต้องตาย ตัดพ้อเรียกร้องไปก็ไม่ได้อะไรซ้ำอาจโดนคุกคาม เชื่อหากให้นำยาประจำตัวเข้าไปในคุกลูกคงไม่ตาย สุดเจ็บปวดต้องโทษ 2 เดือนอีกแค่ 3 วันพ้นโทษ
วันที่ 23 มิถุนายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุ "นายป๊อป อายุ 31 ปี เป็นนักโทษที่เรือนจำกลาง จ.สุราษฎธานี 3-4 วันที่แล้วทางเรือนจำกลางหามมาส่งโรงพยาบาล สภาพไม่ได้สติ หัวแตก โดนเย็บหลายเข็ม ตามตัวช้ำเหมือนโดนตี อาการ 50:50 หมอไม่สามารถแจ้งได้ว่าจะรอดหรือไม่ ต้องดูอาการวันต่อวัน ทางแม่นักโทษเล่าว่าทางเรือนจำแจ้งว่านักโทษชัก อยากจะถามว่า นี่แค่ชักหรือคะ? สภาพเหมือนโดนซ้อมมากค่ะ"
และในโพสต์ ระบุด้วยว่า " ประวัติ : แม่หย่าร้างกับพ่อของป๊อป มีพี่น้อง 3 คนเสียชีวิตไปแล้ว 2 คน เหลือป๊อปคนเดียว ฐานะทางบ้านยากจน แม่ป๊อปบอกว่าไม่กล้าเอาเรื่อง ไม่รู้ต้องดำเนินการยังไง กลัวความ(ไม่)ปลอดภัย" และทิ้งท้ายว่า "อยากให้น้องได้รับความยุติธรรมค่ะ"

จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้ป่วยคือนายอำนวย หรือ "ป๊อป"(สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำกลาง จ.สุราษฎร์ธานี ถูกจับกุมในข้อหา xxx (ขอปกปิดข้อหาที่ถูกจับกุมคุมขัง) ซึ่งศาลมีคำสั่งให้จำคุกเป็นเวลา 2 เดือน โดยเข้ารับโทษตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา และจะครบกำหนดผลโทษในวันที่ 25 มิถุนายน 2567 นี้ ต่อมาได้เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อคืนวันที่ 22 มิ.ย.2567 ทางครอบครัวได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดธรรมบูชา เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

ขณะที่นางสมศรี (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่าตนมีลูก 3 คน ทุกคนเสียชีวิตหมดแล้วและรายล่าสุดเป็น "ป๊อป" และย้ำว่าวันนี้ตนไม่ติดคาใจอะไรอีกแล้ว พร้อมขออโหสิกรรมให้ทุกๆคน เพราะไม่รู้จะเรียกร้องไปเพื่ออะไร เรียกร้องไปมันก็ไม่ได้อะไร ถึงจะมีคนมาช่วยก็ขอบคุณทุกๆคน แต่บางทีเรียกร้องไปแล้ว หลังจากนั้นตนอาจจะเดือดร้อนภายหลัง เพราะถูกคุกคามจากบุคคลในกลุ่มดังกล่าวได้ จึงไม่อยากจะกล่าวถึง ประกอบกับตนกลัวจะไม่ได้เป็นธรรม และจะเดือดร้อนภายหลังดังกล่าว ตนเป็นคนหาเช้ากินค่ำ อาชีพรับจ้างทั่วไปวันละ 300-400 บาท ไม่มีกำลังไปต่อสู้กับใคร

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายป๊อปมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก และมียาที่รับประทานเป็นประจำอยู่ แต่ทางเรือนจำไม่อนุญาตให้นำเข้าไปด้วยตั้งแต่แรก และเมื่อเจ้าตัวมีอาการลมชักหรือต้องการยา ทางเรือนจำก็จัดยาให้ที่ไม่ถูกกับโรค หรือไม่ตรงกับยาที่กินเป็นประจำ ขณะที่ผู้เป็นแม่ เชื่อว่า หากทางเรือนจำอนุญาตให้นำยารักษาโรคประจำตัวดังกล่าวเข้าไปในเรือนจำและไม่จัดยาให้ผิด ลูกชายของตนก็คงจะไม่เสียชีวิตอย่างอนาถเช่นนี้ จึงหวังให้กรณีนี้เป็นตัวอย่างในการดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องด้วย
สำหรับงานบำเพ็ญกุศลศพ บรรยากาศเป็นอย่างเศร้าสลด โดยมีบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาให้กำลังใจ





