กอ.รมน.ภูเก็ต ร่วมกับ "เต้ ไทยไม่ทน" เยี่ยมเด็ก 14 ถูกเด็กเมียนมาต่างโรงเรียนทำร้ายในห้องน้ำ

กอ.รมน.ภูเก็ต ร่วมกับ "เต้ ไทยไม่ทน" เยี่ยมเด็ก 14 ถูกเด็กเมียนมาต่างโรงเรียนทำร้ายในห้องน้ำ ลั่น "Thailand First" ยอมไม่ได้คนไทยถูกทำร้าย
(10 ส.ค. 69) นาวาตรี ฐาพล สมสกุล หัวหน้าฝ่ายบริหารงานบุคคล กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ “เต้” จากกลุ่มไทยไม่ทน ลงพื้นที่เยี่ยม เด็กหญิงหนู (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี นักเรียนโรงเรียน หลังถูกเด็กหญิงชาวเมียนมา อายุ 12 ปี จากต่างโรงเรียนบุกทำร้ายร่างกายภายในห้องน้ำของโรงเรียน
เด็กหญิงหนู เปิดเผยว่า ยังมีอาการปวดตามร่างกาย มีรอยฟกช้ำ และรู้สึกหวาดกลัว กังวลเรื่องความปลอดภัยหลังเกิดเหตุ ขณะที่ครอบครัวต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นคณะได้เข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) นักจิตวิทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและหารือแนวทางป้องกันเหตุซ้ำ
โรงเรียนชี้แจงว่า หลังได้รับแจ้งจากนักเรียนผ่านแชต ครูฝ่ายปกครองได้รีบเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ พร้อมประสานตำรวจเข้าดำเนินการตามขั้นตอน โดยครูเป็นผู้พานักเรียนไปแจ้งความ ยืนยันว่าไม่มีบุคคลภายนอกหรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาข่มขู่กดดันโรงเรียน
ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัย โรงเรียนได้ปรับทางเข้า-ออกให้เหลือจุดหลักเพียงจุดเดียว และกำหนดให้บุคคลภายนอกต้องขออนุญาตก่อนเข้าพื้นที่ แต่วันเกิดเหตุพบว่าเด็กจากภายนอกสามารถแอบเข้ามาและหลบซ่อนอยู่ในโรงเรียนก่อนเกิดเหตุ
โรงเรียนยอมรับว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีครูเห็นเหตุการณ์โดยตรง และยังไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำ เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณค่าจ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับฝ่ายปกครองท้องถิ่นเพื่อเพิ่มมาตรการดูแล safety เพิ่มเติม
ด้าน สพม. ได้ส่งนักจิตวิทยาเข้าประเมินสภาพจิตใจเด็กผู้เสียหายและนักเรียนที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมแนวทางอบรมครูเรื่องการป้องกันความรุนแรง การดูแลสุขภาพจิต และการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน
สำหรับนักเรียนผู้ก่อเหตุ โรงเรียนจะดำเนินการตามระเบียบวินัยของสถานศึกษาควบคู่กับขั้นตอนทางกฎหมาย และจะประเมินสภาพจิตใจของเด็กด้วยเช่นกัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมติดตามดูแลเด็กหญิงผู้เสียหายทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมทบทวนมาตรการความปลอดภัย เร่งป้องกันปัญหาการบูลลี่และการกลั่นแกล้งในสถานศึกษา
ด้าน “เต้” อัครวุธ ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ตนอาจเดินทางไปยังบ้านของเด็กชาวเมียนมาที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำจุดยืนว่า “ยอมไม่ได้ที่ทำคนไทย คนไทยต้องมาก่อน Thailand First”
เต้ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มองว่าเจ้าหน้าที่มีแนวทางปฏิบัติที่รวดเร็ว สามารถเข้าระงับเหตุได้ภายในเวลาประมาณ 3 นาที และรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือเรื่องงบประมาณด้านการศึกษาของภาครัฐที่มีข้อจำกัดและอาจเข้าไม่ถึงเด็กในต่างจังหวัดอย่างทั่วถึง
เต้ ยังตั้งคำถามถึงการจัดสรรงบประมาณในการดูแลเด็กต่างด้าว รวมถึงการให้เด็กต่างด้าวเข้าถึงการศึกษาฟรีและเรียนร่วมกับเด็กไทย โดยชี้ว่าหากงบประมาณมีจำกัด ควรนำมาพัฒนาเด็กไทยให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงก่อน
“อยากให้นำงบประมาณมาดูแลเด็กไทยให้ดีกว่าเดิม ให้เด็กได้กินอาหารครบมื้อ มีสนามฟุตบอลหรือสนามกีฬาให้เล่น มีการเรียนฟรีจริง ๆ และส่งเสริมให้เรียนจนจบปริญญาตรี เพื่อสร้างคุณภาพของประชากรในประเทศ” เต้ กล่าว
ส่วนความคืบหน้าทางกฎหมาย เต้ ระบุว่า ในเวลาประมาณ 14.00 น. จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ขณะที่การแจ้งความกรณีทำร้ายร่างกายร่วมกัน เบื้องต้นอาจดำเนินการเฉพาะตัวบุคคลต่างด้าว เนื่องจากผู้เสียหายอาจไม่ได้ติดใจดำเนินคดีกับบุคคลอื่น
นอกจากนี้ เต้ ได้พูดถึงฐานผู้ติดตามของตนที่มีอยู่ประมาณ 120,000 ราย โดยฝากความเห็นว่า บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาพำนักในประเทศไทยควรมีผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายและการดำรงชีวิต ไม่ควรกลายเป็นภาระของภาครัฐหรือประชาชนไทย พร้อมฝากถึงประเทศเมียนมาและ มิน อ่อง หล่าย ว่า หากชาวเมียนมารายใดเข้ามาอยู่ในประเทศไทยแล้วทำผิดกฎหมาย ก็ควรเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย หากเข้าเงื่อนไขก็ให้ผลักดันกลับประเทศ และพิจารณาขึ้นบัญชีบุคคลไม่พึงประสงค์ต่อไป




