สาวเแจ้งความ 4 ข้อหา ปมถูกบุกดึงกุญแจรถขว้างทิ้งต่อหน้าลูก

สาวผู้เสียหายขึ้นโรงพักแจ้งความดำเนินคดี 4 ข้อหาชายหัวร้อนในคลิปขับรถปาดแล้วลงมาต่อว่าก่อนดึงกุญแจรถขว้างทิ้งข้างทางด้วยความโมโหที่เห็นว่าเจ้าของคลิปขับรถแช่ขวาและเล่นแต่มือถือ ส่วนเจ้าของคลิปอ้างเปิดดูแผนที่เท่านั้น ล่าสุดตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว แถมพบมีเหยื่อโดนกระทำแบบเดียวกันอีกหลายราย

7 ก.ค.67 คลิปภาพนี้ความยาว 1 นาที 49 วินาที เป็นคลิปภาพที่เข้าของรถเป็นผู้ถ่ายไว้ ขณะที่กำลังขับรถบนถนนสายสมโภชน์เชียงใหม่ 700 ปี ซึ่งเป็นคลิปถ่ายจากมือถือของผู้เสียหายโดยต้นคลิปมีเสียงบีบแตรรถใส่ และเสียงด่าจากฝั่งของผู้เสียหายหลังพบว่ามีรถเก๋งสีเทา-ดำป้ายทะเบียนเชียงใหม่ขับปาดหน้าและจอดขวางกลางถนนก่อนที่จะมีชายรูปร่างท้วม เดินลงมาจากรถด้วยอารมณ์โมโห และเดินมาด่าทอหญิงเจ้าของคลิป โดยฝั่งหญิงเจ้าของคลิปได้เปิดกระจกถามชายที่เดินตรงมาที่รถว่า "เป็นอะไรคะ " ส่วนชายเสื้อสีฟ้าตอบด้วยเสียงดังว่า "เป็นอะไรคะเล่นโทรศัพท์ " หญิงเจ้าของคลิปสวนว่า "ไม่ได้เล่น ค่ะหนูอัดคลิปพี่อยู่ " ส่วนชายเสื้อฟ้าตอบว่า "ขับรถน่ะดูด้วย" ก่อนที่จะยื่นมือเข้ามาในรถแล้วดึงกุญแจรถผู้เสียหายแล้วปาลงข้างทางพร้อมกับพูดว่า "ไม่ต้องอัดแล้ว ไม่ต้องไป มึงน่ะ" ก่อนที่จะบ่นต่อด้วยอารมฉุนเฉียวและขับรถออกไป

ซึ่งเจ้าของคลิปได้นำมาโพสต์ลงบนโลกออนไลนเมื่อวานนี้( 6 กรกฏาคม 2567 ) พร้อมกับข้อความว่า "เคยเจอแต่ในข่าว ไม่เคยเจอกับตัวเอง เรื่องเกิดขึ้นจาก เราเปิด กูลเกิลแมป Gps จะเดินทางจากลำปางไปศาลจังหวัดเชียงใหม่คะ เราขับรถมากับลูกชาย ละพี่สาวนั่งด้านหลัง คือ จังหวะขับขึ้นบนสะพาน เราขับรถอยุ่เลนขวาซึ่งอาจจะขับช้า เขาขับจี้ตูดเรา และพยายามกดแตรไล่ ซึ่งเราพยายามจะขับเข้าเลนซ้ายแล้วแต่จังหวะนั้น รถเยอะมากคะ ไม่สามารถตบเข้าเลนซ้ายได้ แต่พอเราหลบเข้าเลนซ้าย เขาแซง จังหวะนั้นเรากะกดแตร 2 ครั้งเพื่อที่จะบอกว่าขอโทษจังหวะนั้นกะยอมรับว่าเรากะโกดจะรีบอะไรขนาดนั้น เราเลยยกมือถือขึ้น มาอัดคลิปไว้เพราะรถมันก็เยอะด้วย และเรามากับเด็ก เขากับจอดรถปาดหน้า ซึ่งรถด้านหลัง เกือบจะชนรถเรา จากรั้นเขาลงมาต่อว่าเรา ลูกตกใจมาก เขายื่นมือเข้ามาขว้า กุญแจรถและโยนทิ้ง เข้าป่าข้างทาง และต่อว่าเราว่าเราเล่นโทรศัพท์. เราสามารถยืนยันได้ ให้ลูกเป็นพยานเพราะลูกเป็นคนถือโทรศัพท์ให้เราคะตอนเปิด แมปgps ก่อนที่เราจะขว้ามาอัดคลิปไว้
ตอนนี้ลูกเราก็ยังผวาและหวาดกลัวกับสิ่งที่บุคคลดังกล่าวกระทำ และถ้าหาก มีรถชนท้ายเรา เพราะเป็นช่วงลงสะพานคุณจะทำยังไง คุณคิดว่าคุณมีอารมณ์โมโห แต่ไม่ห่วง เพื่อนร่วมทาง สุดท้ายแล้ว เราคิดอยู่ว่าจะแจ้งความดีไหม เพราะตอนนี้ลูกกลาบเป็นคนตกใจมาก เเละยังคงหงอยกับเหตการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่"

ทั้งนี้จากการทราบมาว่าเจ้าของคลิปผู้โพสต์คือ น.ส.แอ๋ม อายุ 28 ปี ชาว จ. ลำปาง ผู้เสียหาย ถ่ายเอาไว้ขณะที่เธอขับรถยนต์อยู่ บน ถนนสมโภช 700 ปี อ.เมือง จ. เชียงใหม่ โดยเดินทางมาจากบ้านที่ จ.ลำปาง เพื่อมาทำธุระคัดเอกสารที่ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่า ไม่รู้เส้นทาง จึงใช้มือถือเปิด กูเกิลแมพ เพื่อนำทาง ระหว่างนั้นมี รถยนต์ คู่กรณี ขับตามจ่อท้ายรถ และเร่งเครื่อง ขับรถปาดหน้า แล้วจอด จนต้องเบรกกะทันหัน ก่อนที่ชายคนขับรถยนต์ จะลงมาตะโกนต่อว่าและเข้ามาดึงกุญแจรถถึงในตัวรถ และปาทิ้ง ซึ่งผู้เสียหายอ้างว่าในรถีผู้หญิงสองคน และเกวัย 7 ขวบซึ่งตกใจและหวาดผวากับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก
ขณะที่ในโลกออนไลน์ก็คอมเมนต์เสียงแตกทั้งเห็นใจฝ่ายเข้าของคลิปที่ถูกกระทำ แต่ก็ห่วงเรื่องความปลอดภัยไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมถึงเปิดกระจกรถจนทำให้ชายคู่กรณีก่อเหตุได้ ขณะที่อีกฝ่ายก็ย้ำเตือนเรื่องความปลอดภัยเรื่องของการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ และการขับรถช้าแช่เลนขวา นั้นเสี่ยงอันตราย
ทั้งนี้มีรายงานว่าผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือกแล้ว โดยทนายความของผู้เสียหายเปิดเผยว่า เบื้องต้นแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ 4 ข้อหา ได้แก่ ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร , ทำให้เสียทรัพย์ , ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ และกระทำด้วยประการใด ๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ นอกจากนี้กำลังพิจารณาข้อกฎหมายด้วยว่าจะสามารถแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาใดเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่
ล่าสุดทีมข่าวได้สอบถามไปยัง ยัง พ.ต.อ.วินิจฉัย พินิจศักดิ์ ผกก.สภ.ช้างเผือก เจ้าของพื้นที่ทราบว่าตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่รับทราบข้อมูลจากการติดตามข่าวแล้ว และได้หลักฐานชัดเจนทำให้ป้ายทะเบียนรถของผู้ก่อเหตุ ได้รับการประสานจากผู้เสียหายเจ้าของคลิปว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 กรกฏาคมที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่ได้มาแจ้งความอ้างว่าติดธุระอยู่ยังไม่สะดวก แต่ได้นำคลิปไปโพสต์เมื่อวานนี้
ทั้งนี้การตรวจสอบเบื้องต้นก็พบว่า เจ้าของคลิปอาจจะขับรถไปใช้ถือถือไปและขับรถแช่อยู่เลนขวา ซึ่งอันตราย ส่วนคู่กรณีก็น่าจะหัวร้อนใช้อารมณ์มากไป ซึ่งเหตุการณ์นี้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความนั้นเป็นความเรื่องของความผิดส่วนบุคคล ก็จะเอาผิดเรื่องทำให้เสียทรัพย์ได้ ส่วนคู่กรณืตำรวจทราบตัวแล้วว่าใครเป็นเจ้าของรถใครเป็นคนขับ ก็พร้อมจะเรียกมาดำเนินคดีหากมีการแจ้งความ พร้อมทั้งฝากย้ำเตือนไปทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องของการใช้มือถือขณะขับรถนั้นก็มีความผิดทางจราจร อาจจะทำให้เสียสมาธิในการขับรถ
ส่วนคู่กรณีเองก็ต้องย้ำเตือนเรื่องของการใช้อารมณ์ในการขับรถ อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายตามมา นอกจากนี้แล้วยังย้ำเตือนเรื่องของความปลอดภัยดีที่เกิดเหตุเป็นถนนสาธารณะเกิดเหตุกลางวัน แต่หากเป็นกลางคืนหรือถนนเปลี่ยวไม่ควรเปิดกระจกรถให้เข้าถึงตัวได้ง่ายจะเกิดอันตรายกับตนเอง และผู้โดยสารได้หากฝั่งตรงข้ามก่อเหตุรุนแรง สุดท้ายย้ำเตือนการใช้รถใช้ถนนต้องใช้สติมากกว่าอารมณ์




