บุกจับพระลูกวัดเสพยาบ้า อ้างแก้ปวดเมื่อย ยันเลิกไม่ได้ตราบใดที่คนยังกินข้าว

ข่าวเวิร์คพอยท์
บุกจับพระลูกวัดเสพยาบ้า อ้างแก้ปวดเมื่อย ยันเลิกไม่ได้ตราบใดที่คนยังกินข้าว

บุกจับพระลูกวัดเสพยาบ้า อ้างแก้ปวดเมื่อย ยันเลิกไม่ได้ตราบใดที่คนยังกินข้าว ขยายผลรวบคนขาย ขอโทษญาติโยมที่ทำบุญใส่บาตร

(21 ส.ค. 69) ที่วัดแห่งหนึ่ง บ้านหนองบัว หมู่ที่ 8 ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม พระอธิการพิชิต เจ้าอาวาสฯ อายุ 40 ปี พรรษาที่ 10 ได้ให้รายละเอียดหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลาปาก ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอปลาปาก ได้ขออนุญาตเข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในวัด และจับกุมตัวพระสมโภชน์ อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นพระลูกวัดพร้อมของกลางยาบ้า 1 เม็ด และอุปกรณ์การเสพในกุฏิ 

พระอธิการพิชิตเล่าว่า ปัจจุบันวัดแห่งนี้มีพระจำพรรษาเพียง 2 รูปคือท่านและพระสมโภชน์เท่านั้น ซึ่งท่านเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี 2563 หลังเจ้าอาวาสรูปเก่ามรณภาพไป ส่วนการที่พระสมโภชน์ได้มาจำพรรษาด้วยก็คือปี 2568 โดยมีพระรูปหนึ่งเป็นผู้นิมนต์จาก อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ทีแรกก็ไม่ผิดสังเกตอะไร ต่อมาเห็นนั่งยิ้มหัวเราะและพูดคนเดียว บางวันสวดมนต์กลางดึกดังลั่นวัด ญาติโยมละแวกนั้นยังตกใจ เคยสอบถามก็อ้างว่าเป็นผลข้างเคียงจากการกินยาจิตเวช ชักเอะใจหนักเพราะมีคนแวะเวียนไปที่กุฏิบ่อยๆ ไม่เว้นแม้ยามกลางคืน นานวันก็ไม่ยอมออกบิณฑบาต สัปดาห์หนึ่งมี 1-2 วันเท่านั้นที่โปรดสัตว์ รวมทั้งไม่ยอมฉันข้าว

“วันที่เจ้าหน้าที่มาจับพระสมโภชน์ อาตมารับกิจนิมนต์ที่วัดอื่น แต่ก็เจอกันตอนนำตัวไปให้เจ้าคณะตำบลสึกจากการเป็นพระ สิ่งที่อยากจะพูดคือคณะสงฆ์ก่อนจะอนุญาตให้ผู้ใดบวช ควรมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม” พระอธิการพิชิต กล่าว

ด้านนายคิณย์นภัสฒ์ สุวลาโภสกุล อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองบัว หมู่ 8 ต.ปลาปาก เบื้องต้นก็มีข้อมูลจากพระรูปนี้แล้ว แต่เก็บไว้เป็นความลับ และรายงานให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบเป็นระยะ พร้อมจับตามองมาโดยตลอด ก็เห็นคนมาหาที่กุฏิบ่อย แต่ต้องมีหลักฐานให้ชัดเจน

ส่วนนายสมโภชน์อดีตพระลูกวัด เล่าว่าสั่งซื้อยาบ้ามาครั้งละ 4 เม็ด ราคา 300 บาท โดยรู้จักคนส่งยาจากพระรูปก่อนเป็นผู้แนะนำ แต่ไม่ได้เสพทุกวัน ซึ่งการเสพยาก็เหมือนดมยาแก้วิงเวียน ตนเสพเพื่อแก้อาการปวดเมื่อย ถ้าจะให้เลิกคงไม่ได้ ตราบใดที่คนยังกินข้าว ถ้ากับข้าวยังอร่อยถูกปาก และอย่าโทษแต่คนเสพต้องไปโทษคนขาย ตนเป็นแค่ปลายเหตุ

สำหรับพฤติกรรมในการจับกุม พ.ต.ท.ยงยุทธ วรสาร รอง ผกก.สืบสวน สภ.ปลาปาก ได้บูรณาการร่วมกับนายฉัตรภูมิ อำนาจเหนือ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายพัฒนพงศ์ บุษราคัม ปลัดอำเภอ นำกำลังชุดสืบสวน สภ.ปลาปาก พร้อมกำลัง อส.อ.ปลาปาก ลงพื้นที่วัด บ้านหนองบัว หมู่ที่ 8 ต.ปลาปาก โดยประสานงานกับคณะสงฆ์ เพื่อความเรียบร้อยและความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเข้าตรวจค้นกุฏิพระสมโภชน์ พบยาบ้า 1 เม็ดอยู่ในถุงพลาสติกใส และอุปกรณ์การเสพซุกอยู่ใต้อาสนะ ก่อนจะนำตัวไปให้เจ้าคณะตำบลปลาปากดำเนินการสึก และตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะพบเป็นฉี่สีม่วง จึงกล่าวหาว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

ทางด้าน พ.ต.อ.วัชรพล สว่างแผ้ว ผกก.สภ.ปลาปาก กล่าวว่าหลังได้รับการร้องเรียน ได้สั่งการฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยได้ดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.ปลาปาก ซึ่งพระก็รับสารภาพและพาไปชี้จุดที่มีของกลาง จึงขอฝากเตือนให้ตรวจสอบพระลูกวัดของตัวเองด้วยว่า มีการประพฤติผิดในลักษณะนี้อย่างไรหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นเยี่ยงอย่างในส่วนอื่นๆ ต่อไป

โดยหลังอดีตพระสมโภชน์ได้ซัดทอดถึงคนที่ส่งยาบ้าคือนายสำรี อายุ 43 ปี เป็นชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงละแวกนั้น เจ้าหน้าที่จึงไปควบคุมตัวนายสำรีได้ที่บ้าน ค้นพบยาบ้า 1 เม็ดอยู่ในห้องนอน และอาวุธปืนแก๊ปแบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก นำตัวไปสอบสวนขยายผล และตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะพบฉี่เป็นสีม่วง ซึ่งนายสำรีสารภาพว่าเป็นคนนำยาบ้าไปส่งให้อดีตพระสมโภชน์จริง โดยรับมาในราคาเม็ดละ 50 บาท ส่งให้อดีตพระสมโภชน์ 4 เม็ด 300 บาทได้กำไร 100 บาท เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีอาวุธปืน (ปืนแก๊ปยาว) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

ต่อมา ร.ต.อ.สยาม ลี้พล รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปลาปาก ได้นำตัวนายสมโภชน์และนายสำรี ส่งฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดนครพนม ซึ่งอดีตพระสมโภชน์กล่าวเพียงสั้นๆ ถึงญาติโยมที่ทำบุญใส่บาตรว่าขอโทษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง