กองทัพบก ชี้ กัมพูชายังละเมิดหยุดยิงชายแดน แม้ผ่าน 53 วันเจรจา GBC
กองทัพบกชี้ กัมพูชายังละเมิดหยุดยิงชายแดน แม้ผ่าน 53 วันเจรจา GBC ซัดพฤติกรรมของกัมพูชาสะท้อนถึงการขาดความจริงใจ และยังคงบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ
(19 ก.ย.68) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า แม้ที่ผ่านมาตลอด 53 วัน ไทยได้ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) จนได้ข้อสรุปยุติความรุนแรงเพื่อสร้างเสถียรภาพ แต่จนถึงปัจจุบันยังพบว่ากองกำลังของกัมพูชายังละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่อง
พลตรีวินธัย เปิดเผยว่า การละเมิดแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลัก คือ การใช้อาวุธ และ การยั่วยุพร้อมเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน
เรื่องแรก การใช้อาวุธ พบการลอบวางทุ่นระเบิดชนิด TMM2 ในพื้นที่ปราสาทตาควาย–ตาเมือนธม ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บแล้ว 3 ครั้ง หน่วยเก็บกู้ระเบิดสามารถเก็บกู้ได้ถึง 122 ทุ่น และระเบิดแสวงเครื่องอีก 227 ลูก ระหว่างวันที่ 10–13 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ยังตรวจพบระเบิดใหม่ที่พร้อมใช้งานในหลายจุด
นอกจากนี้ยังมีเหตุปะทะหลังการหยุดยิง เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม บริเวณช่องอานม้า และต่อมาในพื้นที่เขาพระวิหาร–ภูมะเขือ ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนเล็กยิงใส่ฝ่ายไทยต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 30 กรกฎาคม ทำให้กองกำลังไทยจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง
เรื่องที่สอง การยั่วยุและการบิดเบือนข้อมูล โฆษกกองทัพบก ระบุว่า กัมพูชามีการส่งโดรนล้ำเขตแดนไทยแล้วกว่า 1,000 กว่าครั้ง ส่วนใหญ่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 พร้อมทั้งเผยแพร่ข่าวสารบิดเบือนต่อเวทีนานาชาติ กล่าวหาไทยใช้ทุ่นระเบิด อาวุธเคมี และขยายพื้นที่อธิปไตย
อีกทั้งยังมีการนำชาวบ้านมาก่อความวุ่นวาย เช่น เหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นเขตอธิปไตยไทย มีกลุ่มชาวกัมพูชาขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน โดยมีทหารกัมพูชาอยู่ในพื้นที่แต่ไม่เข้าห้ามปราม
สำหรับกรณีที่สื่อกัมพูชาอ้างว่า ไทยนำลวดหนามไปกั้นในที่ทำกินของชาวบ้าน พลตรีวินธัยยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตแดนไทยอย่างชัดเจน การติดตั้งลวดหนามมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันกำลังพล ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่พิพาทตามที่ถูกกล่าวอ้าง
พลตรีวินธัย ยังชี้แจงถึงหนังสือที่ผู้นำกัมพูชาส่งถึงประเทศสมาชิกอาเซียน โดยกล่าวหาไทยใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตากับประชาชนกัมพูชา ว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองในการดูแลความสงบเรียบร้อย ไม่มีทหารไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง
โฆษกกองทัพบกย้ำว่า ไทยยึดมั่นปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงมาโดยตลอด แต่พฤติกรรมของกัมพูชาสะท้อนถึงการขาดความจริงใจ และยังคงบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศ




