แม่ร้องลูกถูกรถตู้ทับตาย กลับกลายเป็นคนผิด

ข่าวเวิร์คพอยท์
แม่ร้องลูกถูกรถตู้ทับตาย กลับกลายเป็นคนผิด

แม่ร้องสื่อลูกชายขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วง ก่อนถูกรถตู้เหยียบซ้ำ เจรจาหลายรอบสุดท้ายกลายเป็นว่าลูกที่ตายไปเป็นคนผิด

(8 มิ.ย. 67) ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางชฎาภัทร์ อายุ 41 ปี แม่ของนายทนพล อายุ 19 ปี หลังนายทนพลกลายเป็นฝ่ายผิดในคดีที่นายทนพลขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วง แล้วถูกรถตู้ที่ขับตามมาเหยียบซ้ำจนเสียชีวิต เหตุเกิดในช่องทางด่วนถนนบางนา-ตราด กม.32 ต.บ้านระกาศ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการขาออกมุ่งหน้า จ.ชลบุรี ช่วงกลางดึกของวันที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา

โดยนางชฎาภัทร์เล่าว่า สภาพศพของลูกชายมีบาดแผลที่ใบหน้า ฟันหัก หน้าอกซี่โครงหักจากการถูกทับ หลังเกิดเหตุตนได้พบกับนายวัชรินทร์ อายุ 47 ปี คนขับรถตู้ ที่ สภ.บางบ่อ พูดขอโทษบอกไม่ได้ตั้งใจ แต่ไม่ยอมรับว่าขับรถทับลูกชายตาย

แม่ร้องลูกถูกรถตู้ทับตาย กลับกลายเป็นคนผิด

หลังเกิดเหตุ ตนได้จัดงานศพให้กับลูกชายและเผาร่างไปแล้ว ซึ่งนายวัชรินทร์ ได้มาร่วมงานสวดคืนแรกและช่วยทำบุญเป็นจำนวนเงิน 2 พันบาท จากนั้นไม่มีการช่วยเหลือหรือเยียวยาอะไรอีกเลย เพียงบอกว่าเขาไม่ผิดและไม่มีเงิน โดยรถตู้ไม่มีประกันภัย มีเพียง พรบ.ภาคบังคับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายรถตู้ไม่คุยกับตน สุดท้ายบอกอยากได้อะไรให้ไปฟ้องเอา

ส่วนพนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ บอกกับตนว่า คนขับรถตู้ไม่ผิด เนื่องจากลูกชายเป็นฝ่ายขับรถประมาท กระเด็นไปหารถตู้เอง ถ้าตนไม่ยอมรับ ถึงแม้ไปฟ้องศาล อย่างไรคนตายก็เป็นฝ่ายผิด ซึ่งตนได้ฟังถึงกับรับไม่ได้ ก่อนเสียชีวิตลูกชายเคยบอกอยากมีบ้านมีรถให้กับพ่อแม่จะได้ไม่ลำบาก แต่จากไปแบบนี้ ความฝันของเขาก็พังทลายไปหมด ตอนนี้แม่ทำใจไม่ได้ ยังคิดถึงเขาอยู่

นางชฎาภัทร์ยังตั้งข้อสังเกตว่าจากภาพที่กู้ภัยฯถ่ายไว้วันเกิดเหตุ ทำไมรถตู้ถึงถอยไปอยู่ด้านหลังศพ ทั้ง ๆ ที่ขับทับร่างของลูกชายไปแล้ว โดยปกติต้องไปอยู่ด้านหน้าเลยศพไป หรือจะเป็นการถอยหลังมาทับซ้ำให้ลูกชายตายหรือไม่ จึงขอฝากผ่านสื่อฯทวงความเป็นธรรมให้กับลูกชายด้วย เขาตายไปแล้วยังต้องกลายเป็นฝ่ายผิดอีกหรือ ตอนนี้ครอบครัวไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น อยากได้ความเป็นธรรมก็พอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง