แม่ร้องสื่อลูกถูกละเมิด เมียคนก่อเหตุแจ้งความกลับ

แม่ร้องสื่อลูกถูกละเมิด เมียคนก่อเหตุแจ้งความกลับ

แม่ชาวเมียนมาร้องสื่อ ลูกสาววัย 2 ขวบ 7 เดือน ถูกเพื่อนคนไทยที่สนิทกับครอบครัวมาเป็น 10 ปี ล่วงละเมิด แจ้งความไปตั้งแต่ มิ.ย. เรื่องยังเงียบ แถมเมียของผู้ก่อเหตุแจ้งความกลับ

(5 ส.ค. 69) ที่ สภ.สามพราน จ.นครปฐม นางสาวเอ(นามสมมติ) อายุ 32 ปี ชาวเมียนมา พร้อมสามี เข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิเป็นหนึ่ง หลังสงสัยว่า ลูกสาววัย 2 ขวบ 7 เดือน อาจถูกเพื่อนสนิทของครอบครัวล่วงละเมิดทางเพศ โดยเหตุเกิดตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แม้ครอบครัวจะเข้าแจ้งความและพาเด็กเข้ารับการตรวจร่างกายแล้ว แต่ยังมีความกังวลเรื่องความคืบหน้าของคดีและการสอบปากคำเด็ก เกรงว่าลูกสาวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

.

แม่เด็ก เล่าว่า ตนและสามีเป็นชาวเมียนมา เข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายมานานกว่า 10 ปี และมีลูกสาวซึ่งเกิดในประเทศไทย ปัจจุบันอายุ 2 ขวบ 7 เดือน โดยครอบครัวสนิทกับนายโอ(นามสมมติ) เพื่อนชาวไทยที่รู้จักกันมานานกว่า 10 ปี ลูกสาวเองก็สนิทและเรียกอีกฝ่ายว่า “พ่อโอ”

.

ที่ผ่านมา นายโอจะเป็นผู้ไปรับเด็กจากศูนย์เด็กเล็ก ขณะที่พ่อแม่เป็นผู้ไปส่ง กระทั่งวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกที่เด็กเข้าเรียน นายโอก็เป็นผู้ไปรับเด็กกลับตามปกติ โดยวันดังกล่าวครอบครัวยังไม่พบความผิดปกติ

.

กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 5 มิถุนายน ขณะพ่อ แม่ และนายโอนั่งรับประทานอาหารอยู่หน้าห้องพัก เด็กเดินเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนร้องไห้ออกมาเสียงดัง เมื่อแม่เข้าไปสอบถาม เด็กบอกว่ารู้สึกเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ พร้อมพูดในลักษณะกล่าวถึง “พ่อโอ” ว่าใช้นิ้วกระทำกับอวัยวะเพศของตน

.

ช่วงแรกผู้เป็นพ่อยังไม่เชื่อ เนื่องจากครอบครัวรู้จักและไว้ใจนายโอมานาน อีกทั้งอีกฝ่ายก็แสดงความรักและเอ็นดูเด็กเสมอมา จึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว

.

ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายน แม่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของลูก โดยเด็กมีอาการนอนละเมอ ผวากลางดึก จากเด็กที่เคยร่าเริงกลับซึมและหวาดกลัว อีกทั้งระหว่างหลับยังพูดถึง “พ่อโอ” และเล่าเหตุการณ์ในลักษณะเดิมซ้ำอีก

.

แม่จึงตรวจสอบร่างกายลูกและอ้างว่าพบความผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศ มีลักษณะบวมแดง จึงพาไปพบแพทย์ ก่อนได้รับคำแนะนำให้เข้าแจ้งความและส่งเด็กเข้ารับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทาง

.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหนังสือส่งตัวเด็กตรวจร่างกายเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน และเข้ารับการตรวจเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างรอผลตรวจจากโรงพยาบาล

.

แม่เด็กยังระบุว่า ได้พูดคุยกับภรรยาของนายโอ ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมสอบถามว่าแม่เด็กไปแจ้งความไว้ที่ใด ก่อนจะมาแจ้งภายหลังว่าได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแม่เด็กเช่นกัน

.

หลังเหตุการณ์ผ่านมาราว 2 เดือน ครอบครัวจึงเข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิเป็นหนึ่ง เนื่องจากกังวลว่าคดียังไม่มีความคืบหน้า โดยระบุว่าพยายามสอบถามตำรวจว่าเด็กจะได้รับการสอบปากคำเมื่อใด และจะมีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลหรือไม่ แต่ได้รับแจ้งเพียงว่าต้องรอผลตรวจร่างกายของเด็ก รวมถึงผลตรวจดีเอ็นเอจากฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา

.

แม่เด็กยอมรับว่า ด้วยความที่เป็นชาวเมียนมาและไม่คุ้นเคยกับกระบวนการกฎหมายไทย จึงกังวลว่าลูกสาวอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะเมื่อจนถึงขณะนี้เด็กยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการสอบปากคำ ขณะที่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าสามารถว่าจ้างทนายความมาต่อสู้คดีได้

.

ด้าน น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” เปิดเผยว่า กรณีนี้แม่ของเด็กได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการของเจ้าหน้าที่ แต่สิ่งที่ครอบครัวกังวลคือ หลังเกิดเหตุมีการพูดจาในลักษณะว่า หากแจ้งความแล้วตรวจสอบไม่พบความผิด ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาจะดำเนินคดีกลับ ทำให้แม่เด็กซึ่งเป็นชาวเมียนมาเกิดความกลัวและกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

.

ต้นอ้อ ระบุว่า วันนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครปฐม ให้เข้ามาช่วยดูแล โดยขณะนี้สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือสภาพจิตใจของเด็ก เนื่องจากแม่มีคลิปที่บันทึกอาการของลูกขณะนอนหลับ พบว่าเด็กมีอาการผวา ร้องไห้ และพูดถึงเหตุการณ์ที่อ้างว่าเกิดขึ้นกับตัวเองซ้ำ ๆ

.

นอกจากนี้ ครอบครัวยังเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเด็กมีความสนิทสนมกับชายที่ถูกกล่าวหา ซึ่งเด็กเรียกว่า “พ่อโอ” และเมื่อพบหน้าจะวิ่งเข้าไปหาและกอดเป็นประจำ แต่ภายหลังวันที่ครอบครัวเริ่มสงสัยว่าเด็กอาจถูกกระทำ เด็กกลับมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เมื่อพบชายคนดังกล่าวจะวิ่งหนีเข้าห้องและแสดงอาการหวาดกลัว จนครอบครัวตัดสินใจย้ายออกจากที่พักเดิม

.

“ตอนนี้เราห่วงสภาพจิตใจของน้องมากกว่า เดี๋ยวทาง พมจ.จะนัดนักจิตวิทยาและแพทย์ให้กับน้อง เพราะเด็กยังมีอาการนอนผวาและร้องไห้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น” ต้นอ้อกล่าว

.

ส่วนผลการตรวจร่างกายเด็ก ต้นอ้อระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับจากแม่ เบื้องต้นแม่อ้างว่าแพทย์พบร่องรอยบางอย่าง แต่รายละเอียดข้อเท็จจริง รวมถึงผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์และดีเอ็นเอ ยังต้องรอผลอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเด็กถูกกระทำในลักษณะใด และต้องรอการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย

.

ต้นอ้อ ระบุอีกว่า ขั้นตอนสำคัญหลังจากนี้คือการสอบปากคำเด็กตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ซึ่งคดีเกี่ยวกับการล่วงละเมิดเด็กเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงสภาพจิตใจของเด็ก พร้อมฝากถึงตำรวจให้เร่งดำเนินการและให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัว

.

“ถึงเขาจะเป็นคนต่างชาติ แต่เขามาพำนักและทำงานอยู่ในประเทศไทยกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นคนประเทศไหน ถ้าอยู่ในประเทศไทยแล้วถูกกระทำ เขาก็ควรได้รับความคุ้มครองและความเป็นธรรมไม่ต่างจากคนไทย”

.

สำหรับข้อกังวลของแม่เด็กที่มองว่าคดีใช้เวลานาน ต้นอ้ออธิบายว่า การตรวจร่างกายและหลักฐานในคดีล่วงละเมิดเด็กอาจต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน โดยหลังโรงพยาบาลตรวจเสร็จ ผลจะถูกส่งให้พนักงานสอบสวนตามกระบวนการ ไม่ได้มอบผลให้ผู้เสียหายนำกลับไปเอง ทำให้หลายครอบครัวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเกิดความเข้าใจว่าคดีไม่มีความคืบหน้า

.

อย่างไรก็ตาม ต้นอ้อเชื่อว่าตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนและให้ความเป็นธรรม พร้อมย้ำว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็กมีรายละเอียดอ่อนและต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหลังจากนี้จะติดตามการประสานนักจิตวิทยา แพทย์ และหน่วยงานคุ้มครองเด็ก เพื่อดูแลเด็กควบคู่ไปกับการติดตามความคืบหน้าทางคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง