ชาวบ้านฮือไล่ทหารพราน ไม่พอใจตั้งศาลเตี้ยซ้อม ชรบ.

ชาวบ้านหนองหญ้าแก้วลุกฮือขับไล่ทหารพราน ปมตั้งศาลเตี้ยรุมซ้อม ชรบ. ปางตาย บังคับรับเคสยาเสพติด-แก๊งสแกมเมอร์
(18 พ.ค. 69) กลุ่มชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว หมู่ 9 ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ได้รวมตัวกันเพื่อประท้วงและเรียกร้องความเป็นธรรม กรณีเจ้าหน้าที่ทหารพรานในสังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 1204 ซึ่งเพิ่งย้ายมาประจำการในพื้นที่ได้ไม่ถึง 2 เดือน ก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายชายรายหนึ่งที่เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อายุ 37 ปี จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ปัจจุบันยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ โดยกลุ่มชาวบ้านยื่นข้อเสนอคำขาดต้องการให้ย้ายกองร้อยทหารพรานชุดนี้ออกจากพื้นที่ไปโดยเร็วที่สุด
.
แกนนำชาวบ้านเปิดเผยว่า ทหารพรานชุดที่ก่อเหตุได้ตั้งศาลเตี้ยรุมซ้อม ชรบ. รายนี้อย่างทารุณ พร้อมทั้งใช้อำนาจข่มขู่บังคับให้รับสารภาพว่าเป็นคนค้ายาเสพติด และทำหน้าที่เป็นคนคอยดูต้นทางให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์สแกมเมอร์ลักลอบข้ามแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งสร้างความสะเทือนใจและไม่พอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ชรบ. ผู้บาดเจ็บถือเป็นกำลังสำคัญที่คอยช่วยเหลือชุมชน ตั้งโรงครัวจัดหาอาหารสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหารทุกหน่วย รวมถึงช่วยชาวบ้านจับสัตว์เลี้ยงที่ตื่นระเบิดหนีเตลิดกลับเข้าคอกอย่างแข็งขันมาโดยตลอด
.
กลุ่มชาวบ้านได้ปักหลักประท้วงที่หน้ากองร้อย เพื่อรอพบผู้บังคับกองร้อยฯ แต่ปฏิเสธที่จะส่งตัวแทนเข้าไปเจรจาในห้องประชุมปิด เนื่องจากต้องการให้มีการชี้แจงต่อหน้าชาวบ้านทุกคนอย่างโปร่งใสกลางแจ้ง เมื่อทางผู้บังคับกองร้อยฯ ไม่ยอมออกมาพูดคุย ชาวบ้านจึงแยกย้ายก่อนจะส่งตัวแทนจำนวน 6-7 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูง ณ กองบังคับการกรมทหารพรานที่ 12 บ้านดงยาง อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเมื่อ 2 ปีก่อนเคยเกิดเหตุทหารพรานยิงชาวบ้านเสียชีวิตในปมสงสัยลักลอบส่งออกจักรยานยนต์มาแล้ว จึงไม่ต้องการให้หน่วยนี้อยู่ในพื้นที่อีกต่อไป
.
ด้าน ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 12 ได้เปิดห้องประชุมร่วมเจรจากับตัวแทนชาวบ้านนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยได้ชี้แจงทำความเข้าใจว่า ในส่วนของการย้ายที่ตั้งกองร้อยออกจากพื้นที่ในทันทียังไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากต้องเป็นไปตามระเบียบและคำสั่งของหน่วยเหนือ แต่ในเบื้องต้นเพื่อลดความขัดแย้งและแสดงความจริงใจ ทางกองบังคับการฯ ได้มีคำสั่งด่วนที่สุดย้ายผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1204 ออกจากพื้นที่ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา
.
นอกจากนี้ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 12 ยังรับปากกับกลุ่มชาวบ้านว่าจะสั่งย้ายกำลังพลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุมทำร้ายประชาชนออกจากพื้นที่ทั้งหมดทันที พร้อมประสานรอดูผลการตรวจทางนิติเวชและใบรับรองแพทย์ของผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด หากพบว่าอาการบาดเจ็บสาหัสดังกล่าวเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารพรานจริง จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและดำเนินคดีทางอาญาอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งสร้างความพอใจให้แก่กลุ่มตัวแทนชาวบ้านก่อนจะยินยอมแยกย้ายกันเดินทางกลับ




