อุตส่าห์ซื้อทองปลอม ยังมีโจรตามฉกถึงร้าน!

เจ้าของร้านขายของชำร้อง อุตส่าห์ซื้อกำไลข้อเท้าทองปลอมมาให้ลูกใส่ นึกว่าจะปลอดภัย ยังไม่วายเจอโจรย่องมาฉกถึงในร้าน ลั่นงานนี้เอาเรื่องให้ถึงที่สุด!
(1 ส.ค. 69) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของร้านค้าในพื้นที่บ้านหนองค่าย หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ หลังถูกคนร้ายแอบเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้าน จึงต้องการแจ้งเตือนผู้ประกอบการและประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากคนร้ายยังคงก่อเหตุในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
.
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับ น.ส.อัจฉรา อายุ 39 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ได้นำคลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดมาเปิดเผยให้ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งสามารถบันทึกพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน
.
น.ส.อัจฉรา เล่าว่าเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 12.44 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ตนพาลูกสาว วัย 7 เดือน เข้าไปนอนในเปลภายในบ้าน ใช้เวลาเพียงประมาณ 3 นาที ได้มีชายอายุราว 25-30 ปี ใช้ผ้าคลุมศีรษะและปกปิดใบหน้า เดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนตรงไปหยิบกำไลข้อเท้าเด็ก 1 คู่ ซึ่งเป็นเหรียญ 50 สตางค์ชุบทอง สีคล้ายทองคำ วางอยู่บนเคาน์เตอร์ แล้วรีบวิ่งหลบหนีออกจากร้านไป
.
เจ้าของร้านบอกว่า ช่วงแรกยังไม่รู้ตัวว่าถูกขโมย กระทั่งกลับมาที่ร้านพบตะกร้าบนเคาน์เตอร์ตกอยู่และมีรอยเท้าภายในร้าน จึงตรวจสอบทรัพย์สิน ก่อนพบว่ากำไลข้อเท้าของลูกหายไป เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จึงทราบว่าถูกคนร้ายลักไปจริง
.
ถึงแม้กำไลดังกล่าวจะมีมูลค่าไม่มาก เพราะไม่ใช่ทองคำแท้ แต่เป็นของแทนใจที่ตนและสามีตั้งใจซื้อให้ลูกตั้งแต่แรกเกิด เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ โดยเลือกซื้อแบบชุบทองแทนทองจริง เพราะเกรงว่าจะตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ แต่สุดท้ายก็ยังถูกขโมยไป คาดว่าคนร้ายเข้าใจผิดว่าเป็นทองคำแท้
.
น.ส.อัจฉรา กล่าวว่า อยากฝากถึงผู้ก่อเหตุให้เลิกพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย เพราะอาชีพสุจริตยังมีอีกมาก พร้อมฝากเตือนร้านค้าและประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง ไม่ควรปล่อยทรัพย์สินมีค่าไว้โดยไม่มีคนดูแล แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม
.
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าของร้านได้นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ แล้วเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นวัยรุ่นในพื้นที่ซึ่งมีพฤติกรรมก่อเหตุลักเล็กขโมยน้อยเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านและร้านค้าหลายแห่ง แม้แต่พระพุทธรูปภายในวัดก็ยังเคยตกเป็นเป้าหมาย โดยครั้งนี้เจ้าของร้านยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพื่อหวังให้ผู้ก่อเหตุหยุดพฤติกรรมและไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นอีก
.
เหตุการณ์นี้กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจพ่อแม่ผู้ปกครองหลาย ๆ คนว่า โจรในปัจจุบันอาจไม่ได้คัดกรองว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงให้เด็กเล็กสวมใส่เครื่องประดับที่ล่อตาล่อใจทุกชนิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อย




