ระทึก! เพลิงไหม้แคมป์พักคนงานย่านประชาอุทิศ วอด 5 หลังโกดังใหญ่ 1 หลัง

ระทึก! เพลิงไหม้แคมป์พักคนงานย่านประชาอุทิศ วอด 5 หลังโกดังใหญ่ 1 หลัง เด็กหญิง 10 ขวบบาดเจ็บ โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิต
เมื่อเวลา 11.38 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอย ประชาอุทิศ 27 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร จึงรีบรุดจัดกำลังพร้อมประสานเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิง , กู้ภัยราษฎร์บูรณะ และอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.เขตราษฎร์บูรณะ) เข้าไปตรวจสอบและควบคุมเพลิง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมาก ภายในบ้านพักคนงานของ บริษัทแห่งหนึ่ง ประกอบกิจการขนย้ายเครื่องจักรกลโรงงาน ภายในพื้นที่ทั้งหมด 2 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด มีบ้านพักคนงานซึ่งปลูกติดกันทั้งสิ้น 9 หลังคาเรือน เป็นลักษณะบ้านไม้ชั้นเดียว และมีโกดังขนาดใหญ่ ใช้เก็บอุปกรณ์และเครื่องมือที่ใช้สำหรับทำงานอีก 1 หลัง
ขณะเกิดเหตุมีลมพัดแรง โดยเพลิงและกลุ่มควันเริ่มต้นมาจากบ้านไม้ด้านหลังโกดัง ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็วไปติดบ้านข้างเคียงอีก 4 หลัง เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงได้ จากการตรวจสอบ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กหญิง อายุ 10 ขวบ 1 ราย ได้รับบาดเจ็บจากการโดนสะเก็ดกระเด็นไฟที่มือ ผู้ปกครองได้นำตัวเด็กไปส่งโรงพยาบาลเอง และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
สอบถาม นายปฏิภาณ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ช่างย้ายเครื่องจักร เจ้าของห้องต้นเพลิง เล่าว่า ตอนเกิดเหตุ นอนหลับอยู่ในห้องนอน แล้วได้กลิ่นไหม้จนแสบจมูก เมื่อตื่นขึ้นมาก็เห็นไฟไหม้มาจากห้องครัวด้านหลังแล้ว จึงรีบนำน้ำมาดับ แต่ก็ดับไฟไม่ได้ ก่อนตะโกนเรียกห้องอื่นๆให้รีบออกมา ซึ่งตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ไฟไหม้มาจากอะไร เพราะตนหลับอยู่ ส่วนโซนนี้นี้มีกันอยู่ประมาณ 6 หลัง

นายไผ่ทอง (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ให้ข้อมูลว่า ที่เกิดเหตุเป็นแคมป์คนงานของบริษัทฯ ปกติคนงานจะออกไปทำงานกันหมด วันนี้ออกไปแค่คันเดียว คนอื่นเลยนอนพักผ่อน คนงานที่บ้านเกิดเหตุ วิ่งออกมาบอกว่า หลังบ้านมีควันออกมา ก็วิ่งหาน้ำมาดับแต่ก็ไม่ทันแล้ว ไฟลุกลามเร็วมาก
เบื้องต้น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พบว่า บ้านพักคนงานที่ถูกไฟไหม้เสียหายจำนวน 5 หลัง และโกดังเก็บของ 1 หลัง ทั้งหมดปลูกสร้างด้วยไม้ชั้นเดียว มีเด็กหญิง 10 ขวบได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดไฟกระเด็นใส่ และไม่พบผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนสาเหตุ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง





