กระบะซิ่งไล่บี้กันเสียหลักชนรถจักรยานยนต์พุ่งใส่ท้ายรถพ่วง ตาย 3 เจ็บ 1

ข่าวเวิร์คพอยท์
กระบะซิ่งไล่บี้กันเสียหลักชนรถจักรยานยนต์พุ่งใส่ท้ายรถพ่วง ตาย 3 เจ็บ 1

กระบะซิ่งไล่บี้กันเสียหลักชนรถจักรยานยนต์ พุ่งซ้ำอัดท้ายรถบรรทุกพ่วง เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 1

เมื่อเวลา 23.00 น. คืนที่ผ่านมา (28 ต.ค.66) เกิดอุบัติเหตุหมู่รถชนกันซ้ำซ้อนหลายคัน บนถนนกาญจนวนิช หน้าศูนย์กักกันผู้ต้องกักตรวจคนเข้าเมืองสะเดา พื้นที่ ม.2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา มีผู้บาดเจ็บหลายคน 

หลังรับแจ้ง ตำรวจ สภ.สะเดา ได้ประสานหน่วยกู้ชีพในพื้นที่ รวมทั้ง รถฉุกเฉินโรงพยาบาลสะเดาและปาดังเบซาร์ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุ พบว่า รถที่ชนกัน เป็นรถยนต์กระบะ อีซูซุ 4 ประตู สีขาว แต่งซิ่ง ทะเบียน กร-4673 พระนครศรีอยุธยา พุ่งไปชนท้ายรถบรรทุกพ่วงที่อยู่ริมถนน จนรถกระบะพังยับทั้งคัน ผู้ติดภายในรถ 3 ราย บาดเจ็บสาหัส หน่วยกู้ชีพช่วยกันนำทั้ง 3 รายออกจากรถ และรีบนำส่งโรงพยาบาล ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ ป้ายแดง ล้มอยู่บนถนน สภาพพังเสียหาย และพบร่างผู้หญิง คนขับขี่ นอนสลบไม่ได้สติ ห่างจากรถประมาณ 100 เมตร หน่วยกู้ชีพต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล อย่างเร่งด่วน

แต่หลังจากที่หน่วยกู้ชีพ นำตัวผู้บาดเจ็บทั้ง 4 คนส่งโรงพยาบาล ปรากฏว่า ได้เสียชีวิต 3 ราย ประกอบด้วย นายธีรพงษ์ สกุลหงษ์ อายุ 37 ปี กับนายสุทธิลักษณ์ แสงสุวรรณ อายุ 50 ปี ซึ่งนั่งมาในรถกระบะ และนางมาลินี ปิกจุมปู อายุ 61 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ที่โดนชน ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นชายนั่งมากับรถกระบะยังไม่ทราบชื่อ 

กระบะซิ่งไล่บี้กันเสียหลักชนรถจักรยานยนต์พุ่งใส่ท้ายรถพ่วง ตาย 3 เจ็บ 1

สำหรับสาเหตุ จากการสอบถาม นายวัชรพงษ์ ฉิ่มงาม อายุ 32 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วง เล่าว่า ตอนนั้นได้ขับรถมาช้าๆ เพราะเป็นช่วงขึ้นเนิน และกำลังตีไฟเลี้ยวจอดริมทาง เพื่อไปทำธุระฝั่งตรงข้าม ระหว่างนั้น ได้มีรถยนต์กระบะ 2 คัน ขับซิ่งแข่งกันมาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้เกิดการเสียหลักชนท้ายกัน ทำให้รถกระบะคันหนึ่ง ไถลมาชนกับท้ายรถจักรยานยนต์ และยังไปฟาดกับท้ายรถบรรทุกพ่วงอย่างแรงด้วย 

เบื้องต้นตำรวจ สภ.สะเดา ได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยจะสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

ส่วนรถกระบะอีกคันที่เป็นคู่กรณี ไม่ทราบรุ่นและยี่ห้อ รวมถึงเลขทะเบียนรถ ทั้งไม่มีรายงานว่าอยู่ในที่เกิดเหตุแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง