ผู้ว่าฯ นครนายก สั่ง สภ.ปากพลี จับมือเผานาทำไฟลามทุ่ง 13,000 ไร่

ผู้ว่าฯ นครนายก สั่ง สภ.ปากพลี จับมือเผานาทำไฟลามทุ่ง 13,000 ไร่ กระทบฝุ่น PM 2.5 ทั่วกรุง
(28 ม.ค. 69) จากกรณีเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ปภ.จังหวัดนครนายก ระดมขอความร่วมมือ รถน้ำจากทุกอบต.ในจังหวัดนครนายก และกู้ภัยร่วมกตัญญ จังหวัดนครนายก และกู้ภัยในพื้นที่ นำรถน้ำและกำลังพลมาช่วยกันสกัดไฟลามทุ่งที่กำลังรุกรามในพื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ที่กำลังขยายตัวและมีบางส่วนเริ่มใกล้เข้าสู่บ้านเรือนประชาชน
โดยได้เรียกประชุมวางแผนงานที่ศาลาวัดลำบัวลอย โดยมีนายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ปภ.จังหวัดนครนายก นายอำเภอปากพลี ผู้กำกับสภ.ปากพลี พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายตำบลและกู้ภัยในจังหวัดนครนายกและเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช วางแผนงานและกระจายการทำงานในการควบคุมเพลิงที่กำลังขยายวงให้สามารถควบคุมได้
นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้พูดกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานว่า โดยรับทราบว่าเกิดเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อคืน ซึ่งรู้ว่าไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ และเข้าใจว่าเช้ามาก็จะไม่เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจนล่วงเลยมาถึงช่วงบ่าย ซึ่งตนเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้อาจจะมีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้า
ขณะเดียวกันได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มาช่วยกันดับเพลิง และหลังจากนี้อยากให้ทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลในพื้นที่ว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไร ตนมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีประโยชน์ในพื้นที่เลย อย่างเช่นหมอกควัน ที่กระทบกับผู้สูงอายุวัย 75 ในพื้นที่ หายใจไม่ออก รวมถึงเด็กและชาวบ้านที่ได้สูดดมควันเข้าไป ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากกลุ่มคนบางกลุ่มคนที่มีความเห็นแก่ตัวที่เผาที่นาจนทำให้ตำบลท่าเรือเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
พร้อมกำชับและฝากผู้กำกับสภ.ปากพลี ให้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาให้ได้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าฉีดน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงโดยรอบ และได้ทำแนวกันไฟที่อาจจะรุกรามไปยังพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เวรยาม ควบคุมดูแลสถานการณ์ตลอดคืนในค่ำคืนนี้ และวันพรุ่งนี้ก็จะมีการรายงานผลกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกอีกครั้ง
ขณะที่ เวลา 20.30 น. วานนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยระหว่างการไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ว่ามีกลุ่มควันจากด้านตะวันออก เคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ทำให้ฝุ่นเกิดการสะสมอาจทำให้ค่าฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ มีแนวโน้มพุ่งสูงตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป
สาเหตุหลัก สภาพอากาศปิดต่ำกว่า 2,000 ซึ่งถือว่าเป็นเกณฑ์ที่ไม่ดี พรุ่งนี้ตอนกลางวันจะดีขึ้น มีการเผาขนาดใหญ่ สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน ไม่ใช่เกิดจากการจราจร แต่เกิดจากการเผาในจังหวัดใกล้เคียงทางทิศตะวันออกในช่วงบ่าย ซึ่งมีพื้นที่การเผาประมาณ 13,000 ไร่ กลุ่มควันจากการเผาดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,700 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด
ทิศทางลม: ลมพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ นำพากลุ่มควันเข้ามาสู่กรุงเทพฯ โดยตรง ทำให้กรุงเทพฯ โซนตะวันออก เช่น หนองจอก, มีนบุรี ได้รับผลกระทบเป็นด่านแรก ค่าฝุ่นเริ่มขึ้นเป็นสีแดง ในขณะที่ฝั่งธนบุรียังได้รับผลกระทบน้อยกว่า กทม. ได้เสนอส่งรถดับเพลิงไปช่วย แต่ทางพื้นที่แจ้งว่ามีรถเพียงพอแล้ว และแนวโน้มสถานการณ์: คาดว่าฝุ่นจะปกคลุมตลอดทั้งคืนเนื่องจากอากาศปิด แต่สถานการณ์น่าจะเริ่มดีขึ้นในช่วงสายของวันรุ่งขึ้นเมื่ออัตราการระบายอากาศดีขึ้น




