หนุ่มเจ้าของร้านอาหารใจเด็ด ซุ่มจับโจรลักของในร้านส่งตำรวจเอง
จับเองนักเลงพอ! หนุ่มเจ้าของร้านอาหารใจเด็ดแอบซุ่มจับโจรส่งตำรวจเอง หลังถูกโจรบุกเข้ามาก่อเหตุหลายครั้ง ลักของในร้านจนเกลี้ยง
เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 19 เมษายน 2567 ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนทำร้ายร่างกายกันภายในร้านอาหารที่ปิดกิจการไปแล้ว ชื่อร้าน “จงเจริญ” ตรงข้ามกองบิน 23 ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง เทศบาลนครอุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุตำรวจสายตรวจ 191 พร้อมด้วยตำรวจเขตงานธรรมศักดิ์รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ตกแต่งเป็นร้านอาหารในห้องกระจก และมีพื้นที่โล่งด้านนอก ซึ่งได้ปิดกิจการแล้ว และปิดไฟมืดสนิท เมื่อตำรวจไปถึงพบนายภูมิ ศรีพงษ์พิจิตร อายุ 40 ปี ชาว อ.เมือง จ.พิษณุโลก เจ้าของร้าน ได้ทำการต่อสู้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับชาย 1 ราย ทราบภายหลังว่าเป็นคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุขโมยสายไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร้านไปจนหมดเกลี้ยง ก่อนนำตัวพร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีแดง ทะเบียนอุดรธานี ที่ใช้ก่อเหตุไปทำการสอบสวนที่โรงพัก
จากการสอบสวนคนร้ายชื่อ นายวราพันธุ์ คำพันธ์ หรือเฟิร์ส อายุ 34 ปี ชาว ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง จึงนำตัวไปค้นที่บ้านพัก ยึดของกลางเป็นเครื่องช่างที่ใช้เป็นอุปกรณ์งัดแงะ มีดดาบซามูไรยาว 3 เล่ม แบบสั้น 3 เล่ม มีดสนาม 5 เล่ม สุราต่างประเทศ 1 กลม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง นาฬิกาข้อมือ 1 เรือน สายไฟฟ้า 1 ม้วน หมวกกันน็อคสีชมพู เครื่องครัว พระเครื่องจำนวนหนึ่ง ตราชั่ง 1 เครื่อง รวมทั้งมีสิ่งของมีค่าจิปาถะอีกมากมายหลายชิ้น
นายเฟิร์ส สารภาพว่า ตนเองก่อเหตุก็จริงแต่ทำไม่บ่อย จะลงมือเฉพาะบ้านร้าง หรือร้านอาหารที่ปิดตัวไป ล่าสุดไปขโมยของที่บ้านหลังหนึ่งได้ดาบซามูไรมาหลายเล่ม ว่าจะเอาไปขายก็หาขายไม่ได้ ส่วนร้านอาหารวันนี้ก็เคยเข้าไปขโมยของแค่ครั้งเดียว ตนก่อเหตุไปเพราะตกงานไม่มีงานทำ ลักของไปขายเพื่อหาเงินใช้จ่ายประจำวัน และซื้อยาบ้าเสพ
นายภูมิ เจ้าของร้าน เล่าว่า ตนปิดกิจการร้านอาหารไปประมาณ 3 เดือน ได้ย้ายข้าวของและอุปกรณ์ในร้านไปเกือบหมดแล้ว ที่ผ่านมามีคนร้ายเข้ามาลักสิ่งของในร้านไปจนหมด ทั้งระบบกล้องวงจรปิด เหล้า เบียร์ ทยอยลักขนไปจนเกลี้ยง ถูกโจรเข้ามาก่อเหตุ 5-6 ครั้งแล้ว ตนเข้ามาแอบซุ่มดูคนร้ายหลายครั้ง บางครั้งเฝ้าจนดึกแต่ไม่เคยเจอตัวสักครั้ง วันนี้ 18.00 น. ตนมาซุ่มแอบดูคนร้ายจนเกือบ 19.00 น. จึงเดินเข้าไปดูในร้าน เมื่อเข้ามาก็พบกระจกห้องแอร์แตก ข้างในห้องคัตเอาท์สายไฟฟ้าในร้านถูกรื้อ และตัดไปจนหมดเกลี้ยง จึงโทรแจ้งตำรวจ ตำรวจก็ออกมาตรวจสอบ และตนก็ไปแจ้งความที่โรงพักไว้แล้ว
หลังจากแจ้งความเสร็จ ตนจึงขับรถจะกลับบ้านพัก ต้องใช้เส้นทางผ่านหน้าร้าน ตนชะลอรถจึงสังเกตเห็นคนร้ายอยู่ในร้าน ยืนอยู่ในห้องวางโต๊ะพลู จึงไปจอดรถแอบในซอยแล้วเดินเข้ามาดูร้านอีกครั้ง มั่นใจว่าเป็นคนร้ายแน่ๆจึงวิ่งเข้าชาร์จตัวทันที ตนวิ่งชนคนร้ายจนล้มแล้วรวบตัวเอาไว้ได้ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจอีกครั้ง คนร้ายก็อ้างว่าเห็นคนอยู่ตรงโต๊ะพลู 3 คน แค่เดินเข้ามาดูเท่านั้น ตนรอจับคนร้ายมานานหลายเดือนแล้ว และคิดว่าคนร้ายอาจจะเข้ามาก่อเหตุตอนกลางวัน แต่ที่สุดแล้วก็จับได้ด้วยตัวเองในวันนี้
หลังจากนี้ตำรวจชุดสืบสวนจะได้ทำการสอบปากคำนายเฟิร์สอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อขยายผลการจับกุม เนื่องจากให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่ และมีของกลางอยู่ในบ้านพักเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะได้ติดตามผู้เสียหาย เจ้าของทรัพย์สินทั้งหมด มาชี้ยืนยันตัวคนร้ายและรับของมีค่าคืน ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์ ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป




