ผัวฉุนเมียใช้เชือกมัดขาลูกไม่ให้คลาน คว้าพลั่วตีหัวปูด
ผัวฉุนเมียใช้เชือกมัดขาลูกไม่ให้คลาน คว้าพลั่วตีหัวปูด ร้อนถึงตำรวจต้องมาเป็นกาวใจ
(19 เม.ย.67) ด.ต.กิตติพงษ์ จันทร์นวล และ ด.ต.ประวิทย์ ป้องภักดี ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่สายตรวจ 191 ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุผัวทำร้ายตีหัวเมียได้รับบาดเจ็บ โดยจะรออยู่บริเวณ บ้านหมู่ 14 ชุมชนเก่าจาน เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงพร้อมด้วยอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน รุดไปตรวจให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาล
ในที่เกิดเหตุพบ น.ส.มณฑิตา อายุ 38 ปี นั่งอุ้มลูกสาววัย 10 เดือน อยู่ข้างวัดธรรมเสนา ได้รับบาดเจ็บศีรษะโน และมีอาการมึนหัว พร้อมกับเล่า ถูกนายสมภาร อายุ 42 ปี สามีเป็นคนทำร้าย โดยใช้พลั่วตีที่ศีรษะ เนื่องจากโกรธให้ตนที่เอาเชือกที่ทำด้วยผ้า มัดขาลูกสาวและส่วนปลายอีกข้างมัดใส่กับแขนของตน เนื่องจากกลัวว่า ลูกสาวจะคลานหนีและได้รับอันตราย หากตนเผลอหลับไป และเวลาตื่นขึ้นมาจะไม่เห็นลูก พอลูกสาวคลานไปไหนไม่ได้ ลูกสาวก็ร้องไห้ ทำให้สามีโมโห เอาพลั่วมาตีที่หัวตน พร้อมทั้งเอากำปั้นทุบหัวซ้ำอีก แถมยังขู่เอาเหล็กมาแทง หลังจากนั้นตนก็อุ้มลูกสาว หลบหนีออกมาหน้าวัด ยืมมือถือของชาวบ้านโทรขอความช่วยเหลือจากตำรวจ
ส่วนนายสมภาร เล่าว่า ตนมีอาชีพเป็นช่างเชื่อม วันนี้ตนไปรับจ้างเชื่อมหลังคาบ้านญาติที่อยู่ใกล้กัน ได้ยินเสียงลูกสาวร้องไห้ จึงได้ลงมาดู เห็นภรรยาเอาเชือกผ้าผูกขาลูกสาวเอาไว้ จึงได้ต่อว่าภรรยา แล้วก็กลับไปทำต่อ ไม่นานลูกสาวก็ยังร้องไห้อีก ก็เลยลงมาดูก็พบลูกสาวโดนมัดขา ด้วยความโมโห จึงได้ดุภรรยาว่า
“แค่นี้ดูลูกไม่ได้ ส่วนภรรยาได้พูดขึ้นมาว่า จะหนีไปไม่ขออยู่ด้วยแล้ว ตนก็บอกให้ไปเลย แต่ต้องเอาลูกไว้ ให้ไปคนเดียว ด้วยความโมโห จึงได้หยิบพลั่วตีหัวเมีย 1 ครั้ง แต่ไม่แรง เพื่อสั่งสอนเมียเท่านั้นเอง ยอมรับทะเลาะกับเมียบ่อยครั้ง สุดท้ายตนก็กลับขอคืนดีกับเมียมาโดยตลอด”
นางสำอาง อายุ 53 ปี อาของนายสมภาร เล่าว่า ผัวเมียคู่นี้จะทะเลาะกันประจำ ส่วนใหญ่เมียจะหาเรื่องผัวตลอด จะถามเอาแต่เงิน เพราะผัวหาเงินไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว มาวันนี้ก็ทะเลาะกันเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่ภรรยาเอาเชือกมัดขาลูกสาวไว้ ไม่ให้คลานไปไหน ทำให้เด็กร้องไห้ ผัวเห็นลูกร้องไห้ก็ไม่พอใจ เกิดการโต้เถียงด่ากัน พร้อมกับได้ลงมือทำร้ายกัน เวลาทะเลาะกันฝ่ายเมียจะอุ้มลูกสาวหนีออกจากบ้านไป ฝ่ายผัวก็ไปตามกลับคืนมาตลอด โดยตนสงสารเด็กอยากเอาน้องเขาไปให้ญาติฝ่ายชายดูแลเลี้ยงแทน
ตำรวจได้เจรจาเกลี่ยกล่อมให้สามีและภรรยาปรับความเข้าใจกัน โดยสามีขึ้นไปบนรถพยาบาล หอมลูกสาวก่อนหอมแก้มภรรยา เพื่อให้ภรรยาหายโกรธ แต่ภรรยาก็ยังไม่หายโกรธ จึงได้อุ้มลูกสาวเดินออกมาจากหน้าวัด ประมาณ 200 เมตร ไปนั่งริมถนน ตำรวจจึงได้ขับรถตาม พูดเกลี้ยมกล่อมให้กลับบ้าน และควรสงสารลูกสาว เพราะกาศร้อนหากมานั่งอยู่แบบนี้ จึงได้ไปบอกสามี ให้มารับเมียกลับบ้าน ไม่นานนายสมภารก็เดินมาชวนเมียกลับบ้าน แต่เมียยังมีอาการงอนอยู่ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับบ้านไปกับสามีแต่โดยดี...




