"บิ๊กโจ๊ก" เผย 'กำนันนก' ปิดสวิตช์กล้อง วจป. หลักฐานมัดสั่งยิง "สารวัตรศิว"

"บิ๊กโจ๊ก" เผย 'กำนันนก' ปิดสวิตช์กล้อง วจป. หลักฐานมัดสั่งยิง "สารวัตรศิว"
คืบหน้าการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายงานเลี้ยงที่บ้านของ “กำนันนก” หรือ นายประวีณ จันทร์คล้าย อดีตกำนันตำบลตาก้อง อ.เมืองนครปฐม
เวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 15 กันยายน 2566 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (บช.ภ.7) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. แถลงข่าวความคืบหน้าในคดี 'ยิงสารวัตรศิว' พร้อมเปิดภาพที่กู้ได้จากกล้องวงจรปิดก่อนหน้า
โดยภาพหลายภาพแสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงก่อนมีการยิงสารวัตรศิว จนถึงช่วงผู้ต้องหาหลบหนีจากที่เกิดเหตุ

กล้องวงจรปิด 2 ตัว ที่ส่องมาบนโต๊ะจีนงานเลี้ยง ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่ากำนันนกกดปิดสวิตช์กล้อง 1 ตัว ตั้งแต่ช่วงเตรียมสถานที่จัดงานเลี้ยง ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.16 นาที วันเกิดเหตุ ส่วนกล้องอีก 1 ตัว เป็นกล้องที่ไม่ได้ใช้งาน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยืนยันว่ามีหลักฐานเอาผิดผู้ที่กระทำความผิดภายในงานทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะกำนันนก ซึ่งหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่าเป็นผู้สั่งการให้ 'ไอ้หน่อง' ลูกน้องเป็นคนยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือ สารวัตรศิว สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล

โดยมีภาพแสดงให้เห็นว่านายหน่องพกปืนไว้ที่เอว ช่วงก่อนเกิดการยิงอย่างชัดเจน ขณะที่ตำรวจหลายนายในที่เกิดเหตุส่วนใหญ่ให้การไม่ตรงกับพยานหลักฐานเลย บางนายให้การว่าช่วยเหลือตำรวจที่บาดเจ็บ แต่ภาพที่ปรากฎไม่ตรงกับคำให้การ คือ นอกจากไม่ได้ช่วยตำรวจที่บาดเจ็บแล้ว บางนายโดยเฉพาะ ตร. ชั้นผู้ใหญ่บางคนได้หลบออกจากที่เกิดเหตุหนีเอาตัวรอดทันที

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังเปิดเผยมูลเหตุในการสังหาร 'สารวัตรแบงค์' นอกจากจะเป็นเรื่องขอให้ลูกน้องเปลี่ยนมาทำหน้าที่สายตรวจจักยานยนต์แต่ไม่ได้รับการสนองตอบแล้ว ยังเป็นเรื่องปัญหาที่มีต่อกันมาเรื้อรัง เพราะตั้งแต่สารวัตรแบงค์เข้ามาได้ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ธุรกิจของ 'กำนันนก' เริ่มได้รับผลกระทบ ยกตัวอย่างเช่น รถบรรทุกไม่สามารถบรรทุกน้ำหนักเกินได้ เพราะสารวัตรแบงค์ ทำหน้าที่โดยเคร่งครัดกวดขันรถบรรทุกน้ำหนักเกินเข้มงวดมาก จึงทำให้ธุรกิจของ 'กำนันนก' มีกำไรลดน้อยลง

มี ตร.โกหก ว่าช่วยพา สว.ศิว ไป รพ.
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่สังคมสงสัย ตร.คนให้การการเท็จ จะเห็นว่าคนช่วยเหลือผู้บาดเจ็บมีแค่นี้เอง และที่ให้การว่าช่วย ก็ไม่ได้ช่วย คำให้การขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ส่วนการดำเนินคดีจะร่วมกันพิจารณาแจ้งข้อหาให้การเท็จ ตร.บางนายจะต้องถูกแจ้งข้อหา ทั้งทางอาญา และทางวินัย
ส่วนกล้องอีก 2 ตัว โดยตัวแรก เป็นกล้องไม่ได้ใช้งานตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. อีกตัวเวลาเดินมาที่ 10.16 น. วันเกิดเหตุ และไม่มีภาพหลังจากนี้ สรุปแล้วไม่มีการดึงปลั๊ก ไม่มีการถอดสาย หลังถอดบอร์ดจากเซิร์ฟเวอร์ได้เมื่อหัวค่ำ และนำออกตรวจสอบได้ข้อสรุปว่า กำนันนกเป็นคนไปกดสวิทซ์ปิดตอนเวลา 10.16 น. เหตุเพราะอาจมีคนมาเตือนเรื่องการจัดงานเลี้ยง ต้องระวังจะเห็นว่ามีใครมานั่งบ้าง โดยเฉพาะพฤติกรรม 'กินหล้าถอดเสื้อ' - 'กำนันนก' จึงปิดกล้องme.shไม่มีการบันทึกภาพตั้งแต่นั้นมา
ส่วนจะแจ้งข้อหาใครบ้าง พรุ่งนี้พิจารณากัน พยานหลักฐานมัดกำนันนก ตอนนี้มันจบแล้ว หลังจากนี้จะไล่ขยายผลต่อความร่ำรวยผิดปกติ เส้นทางการเงินมาจากไหน ต้องตอบให้ได้ และเรื่องธุรกิจ การประมูลงานต่างๆ ทั้ง 1,500 โครงการ 'มันยิ่งกว่าผิดปกติ'




