"บิ๊กต่อ" ปัดตอบเรื่องตำแหน่ง ผบ.ตร. ย้ำไม่มีการจัดฉาก วอนอย่าโยงคดีกำนันนก

"บิ๊กต่อ" ปัดตอบเรื่องตำแหน่ง ผบ.ตร. ย้ำไม่มีการจัดฉาก วอนอย่าโยงคดีกำนันนก ส่วนตำรวจในจังหวัดลำพูนที่มีการซื้อรถและถูกหักหัวคิวยังไม่ได้รับรายงาน
(28 ก.ย.66) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ในครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนครปฐม แต่ ไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับคดีของกำนันนก เบื้องต้นยังไม่ได้สอบสวน แต่ขอว่าอย่าเอาทั้ง 2 คดีมาเชื่อมโยงกัน ใครทำคดีอะไรให้ไปถามคนที่ทำคดีนั้น เพราะเป็นคนละคดีกัน ซึ่งตนทำคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่สังคมมีการตั้งคำถามว่าเป็นการจับกุมในช่วงที่มีการมติ ก.ตร. แต่งตั้งให้ตนเป็น ผบ.ตร. คนที่ 14 ตนไม่ขอพูดถึงเรื่องตำแหน่งในตอนนี้ การจับกุมในครั้งนี้ไม่ได้มีการจัดฉาก ซึ่งเดิมทีพลตำรวจเอก ชินภัทร สารสิน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะต้องเป็นผู้ไปตรวจสอบ แต่ท่านติดภารกิจจึงมอบหมายให้ตนไปแทน พร้อมกับย้ำว่าทุกอย่างไม่มีเรื่องบังเอิญ ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องอาชญากรรมจะเกิดขึ้นได้ตอนไหนเพราะมันสามารถเกิดได้ตลอดเวลา แล้วตำรวจก็มีหน้าที่ตัดโอกาสในการกระทำผิดของคนร้าย ซึ่งเมื่อคืนนี้ก็เป็นโอกาสของตำรวจเช่นเดียวกัน
พร้อมกับขอย้ำอย่างหนักแน่นว่า ตอนนี้ตนยังมีตำแหน่งเป็นแค่รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขออย่าพูดถึงเรื่องการแต่งตั้ง ตราบใดที่ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากตนขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการในเรื่องป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างไร ตนย้ำว่า เรื่องการปราบปรามยาเสพติด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการในเรื่องนี้มาตลอดอยู่แล้ว แล้วตนก็ดูแลเรื่องยาเสพติดในชุมชนมาตลอด ซึ่งการปราบปรามยาเสพติดเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลอยู่แล้ว ในการทำงานของตนจะเน้นย้ำ 3 อย่าง ได้แก่การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นมาตรการที่ต้องทำร่วมกับรัฐบาล พร้อมกับขอเวลาในการทำงาน
ส่วนกรณีที่ สส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร พูดถึงตำรวจในจังหวัดลำพูนที่มีการซื้อรถและถูกหักหัวคิว เบื้องต้น ตนยังไม่ได้รับรายงาน ขอเวลาไปตรวจสอบก่อน หากทราบเรื่องจะมีการสั่งการอีกครั้ง
ทางด้านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันอีกหนึ่งเสียงว่า การจับกุมยาเสพติดในล็อตนี้ไม่ได้มีการจัดฉากเพราะสามารถจับกลุ่มผู้ต้องหาได้อย่างคาหนังคาเขา




