รวบผัวโหดฆ่าปาดคอสาวเมียนมาดับคาบ้าน

AdminNews
รวบผัวโหดฆ่าปาดคอสาวเมียนมาดับคาบ้าน

หนีไม่รอด! ผัวใหม่โหดฆ่าปาดคอภรรยาเมียนมาดับคาบ้านต่อหน้าลูกๆ เบื้องต้นรับสารภาพทำไปเพราะโมโห

จากกรณีเหตุสลดที่เกิดขึ้นภายในซอยกรุงเทพกรีฑา 27 เขตสะพานสูง กทม. วันนี้ (15 พ.ค.67) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุ นายซารีน สามีชาวเมียนมา อายุ 49 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธมีดปาดคอ น.ส.ซันมา ภรรยาชาวเมียนมาดับต่อหน้าลูกๆ ก่อนเดินออกจากซอยหลบหนีไปตัวเปล่า หลังรับแจ้งเหตุเจ้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และดีเอ็นเอ ในที่เกิดเหตุ ด้านครอบครัวผู้ตายสุดเศร้าแฉพฤติกรรมโหดของผู้ก่อเหตุยับ

รวบผัวโหดฆ่าปาดคอสาวเมียนมาดับคาบ้าน

ล่าสุดผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ สอบถามกับ น.ส.ลอบียะ อายุ 20 ปี ลูกสาวคนรอง เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า แม่กับพ่อเลี้ยง เพิ่งคบหากันตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว พ่อเลี้ยงคนนี้มีนิสัยค่อนข้างอารมณ์รุนแรง เคยมีประวัติคดียาเสพติด ชอบทำร้ายร่างกายแม่และน้องคนเล็กวัย 6 ขวบเป็นประจำ ครั้งหนึ่งพ่อเลี้ยงเคยตบหน้าและโยนน้องคนเล็กออกนอกบ้านเหมือนขยะ หนักสุดคือเคยลวนลามน้องอีกด้วย 

ตนเคยบอกให้แม่เลิกกับพ่อเลี้ยง ซึ่งแม่ก็พยายามไล่ออกจากบ้านหลายครั้ง แต่พ่อเลี้ยงไม่ยอมไป แถมขู่จะฆ่าแม่มาโดยตลอด อย่าง 2 สัปดาห์ที่แล้วพ่อเลี้ยงเคยขู่แม่อย่างหนักหลังจากที่ดูละครจบว่าหลังละครจบมึงเตรียมตัว เปรียบเหมือนชีวิตคล้ายละครที่กำลังจะจบ จนถึงวันนี้พ่อเลี้ยงทำจริงตามที่พูด ตนเสียใจเป็นอย่างมาก ถ้าแม่เชื่อตนตั้งแต่แรก แม่คงจะไม่เป็นแบบนี้หรอก 

ส่วนเหตุการณ์เริ่มขึ้นเพราะจักรยานยนต์ของพ่อเลี้ยงพัง แม่จึงบอกให้เอาไปซ่อม แต่พ่อเลี้ยงบอกไปไม่ไหวความดันขึ้น แม่จึงโมโหเพราะพ่อเลี้ยงไม่ยอมทำอะไรเอาแต่กินนอนสบายไปวันๆ 

ด้วยความที่แม่อยากรู้ว่าเป็นความดันจริงไหม แม่จึงโทรศัพท์ไปหากู้ภัยให้มาที่บ้าน และเมื่อกู้ภัยมาถึง พ่อเลี้ยงดันวิ่งข้ามสะพานไปอีกฝั่งนึงของชุมชนเพื่อจะหนีกู้ภัย แม่บอกว่าถ้ามึงโกหกหนีแบบนี้ ก็ไปเถอะ แม่จึงเก็บเสื้อผ้าเตรียมให้พ่อเลี้ยงย้ายออกไปจากบ้าน พ่อเลี้ยงวิ่งหนีไปนอนใกล้ๆบ้านยันดึก ก่อนที่พ่อเลี้ยงจะตะโกนเรียกแม่ว่า ยุงกัดขอไปนอนในบ้านได้หรือไม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะยอมไป ตอนนี้ไม่มีตังค์เลย 

ด้วยความขี้สงสาร แม่เห็นว่ายุงกัด จึงยอมให้เข้ามานอนในบ้านตรงห้องครัว เช้ามาป้าเรียกแม่ให้ไปดูที่ดินกัน แล้วป้าก็ไปรอที่บ้านเขา จังหวะที่แม่กำลังจะออกจากบ้าน พ่อเลี้ยงกระชากคอ แล้วปาดคอแม่อย่างโหดร้ายต่อหน้าน้องสาวคนเล็ก จากนั้นพ่อเลี้ยงก็วิ่งหนีออกซอยไปตัวเปล่า

ด้านนางลอบี (นามสมมติ) พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า น้องสาวคือเสาหลักของครอบครัว ประกอบอาชีพค้าขาย มีลูก 7 คน กับอดีตสามี โดยน้องสาวกับหลาน ๆ จะอาศัยกันอยู่ที่บ้านเช่าหลังที่เกิดเหตุ หลังจากเลิกรากับอดีตสามี น้องสาวคบหากับนายซารีน ผู้ก่อเหตุ ได้ประมาณห้าเดือน นายซารีน มีนิสัยขี้หึงและ เคยมีประวัติคดียาเสพติด เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำได้ไม่นาน ครั้งหนึ่งนายซารีนเคยมาพูดว่า "เขาฆ่าคนโน้นคนนี้ เค้าไม่กลัวหรอก จะฆ่าพวกมึงแค่แป๊บเดียวก็เท่านั้น" "ละครเพิ่งเริ่มเดี๋ยวกูจะจบละครให้ดู" ทำให้ทุกคนในบ้านหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

ความคืบหน้าล่าสุด ตร.ชุดสืบสวน สน.ประเวศ สามารถติดตามจับกุมตัว นายซารีน ผู้ต้องหาฆ่าปาดคอภรรยา ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต โดยช่วงที่ตำรวจแสดงตัวเข้าจับกุม นายซารีน ไม่ได้ขัดขืน และบอกว่า ปมการก่อเหตุ เพราะทะเลาะกันเรื่องรถจักรยานยนต์มือสองที่ตัวเองซื้อมาและต้องมาซ่อมจึงจะสามารถใช้งานได้ ก่อนหน้านี้ผู้เสียชีวิตเคยนำรถมอเตอร์ไซต์คันนี้ไปทิ้งในแม่น้ำ จึงทำให้ตัวเองโกรธ 

ระหว่างที่ตำรวจเชิญตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำที่ สน.ประเวศ ทีมข่าวสังเกตช่วงเวลาที่มีการถ่ายภาพผู้ต้องหาทำประวัติ นายซารีน มีสีหน้าเรียบเฉย

ส่วนเส้นทางการหลบหนี ตำรวจให้ข้อมูลบอกว่า หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาไม่มีเงินติดตัว จึงเดินเท้าออกจากจุดเกิดเหตุเพื่อไปขอเงินญาติ 100 บาท โดยใช้เส้นทางเลียบคลองสุเหร่าบางใหญ่ เดินลัดเลาะไปถึงถนนใหญ่แล้วเดินต่อไปย่านสวนสน หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้ขึ้นรถไปย่านคลองตันเพื่อขอเงินจากเพื่อน ได้เงินมาจำนวน 1,000 บาท จากนั้นได้นั่งรถเมล์ไปสถานีขนส่งหมอชิตเตรียมจะเดินทางไปที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้านผู้สื่อข่าวถามว่าจากพฤติกรรมการก่อเหตุที่โหดเหี้ยม ได้เตรียมการไว้หรือไม่ ผู้ก่อเหตุบอกว่าไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน แต่ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ และขณะก่อเหตุตัวเองไม่ได้ดื่มสุราและเสพสารเสพติด 

ส่วนที่ครอบครัวของภรรยา กล่าวหาว่าตัวเองไม่เอาการเอางาน และเสพยาเสพติด ตัวเองยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของอีกฝ่ายเท่านั้น // ส่วนเรื่องการทำร้ายร่างกายภรรยาและอนาจารลูกเลี้ยงตัวเองก็ ขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงเช่นกัน 

ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิตหรือไม่ นาย โอ ซิท เฮียง บอกว่า อยากขอโทษ แต่ยังติดใจคำพูดของภรรยาที่พยายามจะปันใจให้ชายอื่น และด่าว่าตัวเองอย่างรุนแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง