สุดอนาถชายพิการลูกเมียทิ้งให้อยู่กับพระ

ชายวัยกลางคนป่วยหลายโรคทำงานไม่ได้ ลูกเมียญาติพี่น้องไม่เหลียวแล มาอาศัยข้าวก้นบาตรพระประทังชีวิต ชาวบ้านช่วยกันดูแล
เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้ลงตรวจสอบที่วัดโสมสุทธาวาส(วัดชำโสม) หมู่ 10 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบกับนายสามารถ สมมิตร อายุ 48 ปี นั่งอยู่หน้าที่พักที่พระอธิการจงกล กะตะสาโร เจ้าอาวาส สร้างไว้ให้พักให้น้ำให้ข้าวกินตามอัตภาพ มากว่า 3 ปี ทราบว่า เมื่อก่อนเคยแต่งงานมีเมียและลูก 2 คน ลูกชาย 1 คน ลูกสาว 1 คน อาชีพขับรถแบคโฮ หาเลี้ยงครอบครัวและส่งลูกทั้ง 2 คนจนเรียนจบ ต่อมาป่วยเป็นโรคประจำตัวทั้งความดัน เบาหวาน แขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถหาเลี้ยงครอบครัว โดนเมียและลูกไล่หนีออกจากบ้านมาอาศัยอยู่ที่วัด
นายสามารถ เปิดเผยว่า ตนเป็นโรคเบาหวาน ความดัน แขนขาอ่อนแรง มา 3 ปีแล้ว เมื่อก่อนมีเมียและลูก 2 คน แต่พอไม่สบาย เมียและลูกๆก็ทิ้ง เลยต้องมาอาศัยนอนอยู่ที่วัด ส่วนเรื่องอาหาร ทางพระและชาวบ้านที่สงสารจะนำมาให้

ด้านนายก้วง ทองคำ อายุ 65 ปี กล่าวว่า เมื่อก่อนนายสามารถ ยังไม่ป่วยถึงขนาดนี้ มีญาติพี่น้อง เมีย ลูก แต่ไม่มีใครเอา ไม่ดูแล หนำซ้ำยังไล่หนี ซึ่งเมียก็เป็นคนบ้านหนองช้างลง บ้านเดียวกัน เมื่อก่อนก็อยู่ด้วยกัน แต่พอป่วยก็ไล่หนี ไปอยู่ตามห้องน้ำ นอนในป่า บ้างครั้งข้าวไม่ได้กิน ต้องเดินมากินที่บ้านของตน แม้ไม่ใช่ญาติแต่ตนก็สงสาร
ตอนนี้เมื่อนายสามารถไม่ค่อยกินยา ก็อาการหนักขึ้นกว่าเดิม ดวงตาจากที่พอมองเห็นตอนนี้มองไม่เห็นแล้ว เบาหวาน ความดันขึ้น 300 แต่ยังดีที่มีหมอจะมาดูแลให้ทุกๆ 2 เดือน เอายามาให้ แต่ด้วยที่ตามองไม่เห็น กินยาบ้าง ไม่กินบ้าง ตนและเพื่อนบ้านสงสาร ก็จะผลัดเปลี่ยนกันมาดูแล ทั้งอาบน้ำ ทายา เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ เพราะว่า นายสามารถช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ขณะที่ พระอธิการจงกล ระบุว่า นายสามารถมาอยู่ที่วัดนี้ได้ 3 ปีกว่าแล้ว ที่พักนี้ก็ทำให้อยู่ ตอนแรกที่มาให้อยู่ที่กุฏิพระ พอกุฏิเต็มก็เลยทำที่พักให้ใหม่ เมื่อก่อนก็เดินไปไหนมาไหนได้ เดินไปบิณฑบาตกับพระก็ได้อยู่ แต่พอนานๆเข้าก็ไปไม่ไหว ตามองไม่เห็น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็จะมีชาวบ้านพลัดกันมาช่วยดูแล





