คนร้ายกระหน่ำยิงใส่บ้านครูหญิงวัย 43 ปี ตร.สอบสวนเชื่อยิงผิดบ้าน

คนร้ายขับกระบะใช้ปืนลูกซองกระหน่ำยิง 8 นัดใส่บ้านครูหญิงวัย 43 ปี ตร.สอบสวนเชื่อยิงผิดบ้าน
เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 23 เมษายน 2567 ร.ต.อ.วัลลพ ยั่งยืน ร้อยเวร สภ.เมืองพัทลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวตชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 6 ซอย 62 บ้านหนองเป็ดน้ำ ตำบลนาโหนด อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านของนางปิยะนาถ นิลจันทร์ อายุ 43 ปีอาชีพครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง และนายราเชนทร์ นิลจันทร์ อายุ 44 ปี สามี
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน กระจกแก้วประตูหน้าบ้านแตก ฝาผนังปูนหน้าบ้านมีร่องรอยถูกกระสุนปืนกระจัดกระจาย หลายจุด ตรงบริเวณหน้าบ้านพบหมอนรองกระสุนปืนจำนวน 2 ชิ้น ทั้งบนถนนหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนลูกซอง ซึ่งมีทั้งปลอกแดงและปลอกขาว ตกอยู่จำนวน 8 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
โดยกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้าน บันทึกภาพรถของผู้ก่อเหตุและเสียงปืนไว้ได้ ซึ่งในภาพ ช่วงเวลา 23 นาฬิกาเศษ มีรถยนต์กระบะ อีซูซุ ตอนครึ่ง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับเข้าไปในซอยโดยซอยดังกล่าวซึ่งเป็นซอยตัน พร้อมกับเสียงสุนัขเห่า แล้วกลับหัวรถก่อนจะขับออกมาผ่านกล้องอีกครั้ง จากนั้นมีเสียงสุนัขเห่าอีกรอบ คาดว่า จะเห็นคนเดินลงจากรถ ก่อนจะได้ยินเสียงปืนรัวขึ้นประมาณ 8 นัดและได้มีเสียงรถขับออกไป

นายราเชนทร์ ระบุว่า ที่บ้านหลังดังกล่าวตนอาศัยอยู่กับภรรยา ซึ่งรับราชการครูอยู่ในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ช่วงปิดเทอมมาอยู่บ้านพร้อมลูกสาววัย 12 ขวบ ครอบครัวเข้านอนกันตั้งแต่ช่วง 3 ทุ่ม จนกระทั่งเมื่อเวลา ประมาณก่อนเที่ยงคืน ก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่าและเสียงอาวุธปืนดังขึ้นหลายนัด
จนกระทั่งเสียงสงบลง จึงเปิดผ้าม่านออกมาดู แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะบริเวณแถวนี้ก็ได้ยินเสียงปืนที่ยิงขึ้นฟ้าอยู่บ้าง กระทั่งช่วงตี 3 ตนตื่นมาเพื่อจะไปกรีดยางพารา พบว่าบ้านถูกยิง จึงรอให้เช้าแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่า ครอบครัวของตนไม่เคยมีปัญหากับใคร และปกติก็อยู่แต่บ้านกับครอบครัว

เบื้องต้น ตำรวจคาดว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะยิงผิดบ้าน โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามหารถยนต์กระบะ ว่าใครเป็นเจ้าของเพื่อขยายผลสู่คนก่อเหตุ นำตัวมาดำเนินคดีต่อไป




