แม่ร้องฝากเลี้ยงลูกไม่ถึงวัน เด็กชักเกร็งอาการโคม่า

แม่ร้องฝากเลี้ยงลูกไม่ถึงวัน เด็กชักเกร็งอาการโคม่า

แม่ร้องฝากลูกวัย 4 เดือน ให้พี่เลี้ยงช่วยดูแล ผ่านไปไม่ถึงวันเด็กชักเกร็ง หมดสติ หัวใจหยุดเต้น ก่อนจะปั๊มหัวใจกลับมาได้ หมอตรวจพบเลือดออกในสมอง อาการเข้าขั้นโคม่า ฝั่งพี่เลี้ยงบอกเด็กสำลักนมเองแต่แม่ไม่เชื่อ มาตรวจสอบภายหลังพบพี่เลี้ยงเคยมีคดีทำร้ายเด็ก

(6 ต.ค. 66) จากกรณีที่มีหญิงสาวรายหนึ่งได้มีการร้องทุกข์มายัง น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ประธานกลุ่มเป็นหนึ่ง ให้เข้าช่วยเหลือ เนื่องจาก น้องน้ำเพชร ลูกสาววัย 4 เดือน หมดสติ โดยไม่ทราบสาเหตุ หลังจากที่นำลูกสาวไปฝากเลี้ยงไว้กับพี่เลี้ยง ซึ่งทางหญิงสาวคนดังกล่าวสงสัยว่า ลูกสาวอาจจะถูกพี่เลี้ยงทำร้ายก็เป็นได้ เพราะหลังจากเกิดเหตุ แม่เด็กเพิ่งมาทราบประวัติพี่เลี้ยงคนดังกล่าวว่า เคยถูกทางผู้ปกครองเด็กแจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายเด็กเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ถูกดำเนินคดีใด ๆ นั้น 

ล่าสุดทีมข่าวเวิร์คพอยท์ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยในวันนี้ น.ส.ชลิดา ประธานกลุ่มเป็นหนึ่ง ได้เดินทางมาเยี่ยมเด็ก พร้อมพูดคุยรายละเอียดกับแม่เด็กถึงเหตุการณ์ดังกล่าว 

โดย น.ส.หนึ่ง(นามสมมติ) อายุ 19 ปี เผยว่า ก่อนหน้านี้ตนรู้จักกับนายแก้ม สาวประเภทสอง พี่เลี้ยงเด็กคนดังกล่าวผ่านประกาศรับจ้างเลี้ยงเด็ก ทางเฟซบุ๊ก โดยเจ้าตัวเรียกค่าจ้างอยู่ที่เดือนละ 5,000 บาท ตนจึงตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงคนดังกล่าว เนื่องจากตนต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดเป็นประจำ จึงไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก 

หลังจากนั้น วันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา ตนได้มีการจ่ายเงินมัดจำให้กับนายแก้มเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท และต่อมาวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา นายแก้มได้มีการทักแชทมาขอเบิกเงินล่วงหน้า จำนวนเงิน 500 บาท รวมทั้งค่าส่วนต่างเป็นเงินที่ซื้อเครื่องใช้สำหรับเด็กอีก 400 บาท ซึ่งตนก็ได้โอนเงินจำนวน 900 บาทให้ พร้อมได้มีการส่งสลิปเงินไปในแชท

ต่อมาวันที่ 23 ก.ย. วันแรกตนได้นำลูกไปให้นายแก้มเลี้ยงเป็นวันแรก ก่อนที่ช่วงเย็นจะรับกลับมาอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา นายแก้มได้ติดต่อมาหาตน และบอกว่า ให้ต้นกลับมารับลูกไปดูแลต่อ เนื่องจากแม่ของนายแก้มเข้าโรงพยาบาลจึงไม่สะดวกเลี้ยงดูเด็ก ตนจึงเดินทางไปรับลูกสาวกลับบ้าน แต่ ที่เริ่มรู้สึกผิดสังเกต คือ ลูกสาวมีอาการไข้ขึ้นติดต่อกันประมาณ 3 วัน ตนเองจึงดูแลลูกจนกันดีขึ้น 

จนกระทั่งวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนได้นำลูกสาวกลับไปให้นายแก้มเลี้ยงดูอีกครั้ง โดยพาลูกไปส่งเวลา 20.00 น. ตนยืนยันว่าตอนที่พาลูกไปส่งที่บ้านนายแก้ม ตอนนั้นลูกยังปกติดีทุกอย่าง

ต่อมาเช้าวันที่ 4 ต.ค. พี่สาวของตนได้รับแจ้งจากนายแก้ม ว่าเช้าวันนี้น้องมีไข้ และสำลักนม จนเวลาประมาณ 14.00 น. นายแก้มได้แจ้งพี่สาวของตนว่าว่าลูกของตนหมดสติ ตนจึงรีบโทรศัพท์หานายแก้มทันที เพื่อที่จะสอบถามอาการลูกสาวว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ตอนนั้นนายแก้มได้บอกกับตนว่า เขาปลุกน้องน้ำเพชรแล้ว แต่น้องไม่ยอมตื่น ตนเริ่มใจไม่ดี จึงได้สอบถามกับนายแก้มอีกครั้งว่าน้องยังหายใจอยู่ไหม นายแก้มเอาหูไปแนบบริเวณหน้าอกของลูกสาวตน ก่อนจะตอบกลับมาหาตนว่าตอนนี้น้องไม่หายใจแล้ว ตนจึงรีบบอกให้นายแก้มโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล ก่อนที่ตนจะเดินทางไปที่บ้านนายแก้มที่ บริเวณอ่อนนุช ซอย 59 ทันที 

ในระหว่างที่ตนกำลังเดินทางไปที่บ้านของนายแก้ม ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายแก้มอยู่ตลอดเวลา และพยายามบอกให้ในแก้มช่วยปั๊มหัวใจเบื้องต้นให้กับลูกสาวตนก่อน ในระหว่างที่รอรถพยาบาล

หลังจากนั้นตนได้ไปถึงบ้านของนายแก้มช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. พบว่ามีเจ้าหน้าที่พยาบาลกำลังปฐมพยาบาลให้กับลูกสาวตน โดยพยายามช่วยกันปั๊มหัวใจ เนื่องจากขณะนั้นลูกสาวตนมีอาการหัวใจหยุดเต้น จนทำให้ลูกสาวตนที่จะกลับมามีชีพจรอีกครั้ง ก่อนจะนำส่งโรงพยาบาลทันที

จากการสอบถามแพทย์ทราบว่า ลูกสาวตนมีเลือดออกในสมอง และใต้กะโหลก รวมถึงมีภาวะสมองบวม จึงเป็นเหตุทำให้ทางแพทย์ต้องคอยให้ยาลดสมองบวมอยู่ตลอดเวลา ขณะนี้ทางโรงพยาบาลยังไม่สามารถสรุปได้ว่าลูกสาวตนโดนทำร้ายหรือไม่ แต่จากที่แพทย์ดูอาการคล้ายกับว่าเด็กถูกกระแทกอย่างรุนแรง ไม่ได้เกิดจากการสำลักนม และบอกให้ตนทำใจไว้ เนื่องจากอาการของลูกสาวตนค่อนข้างแย่โอกาสที่ลูกสาวจะกลับมาแทบไม่มีเลย  

หลังเกิดเรื่องตนถึงทราบว่านายแก้มเคยมีประวัติก่อเหตุทำร้ายเด็กมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยผู้ปกครองของเด็กที่ถูกทำร้ายได้แจ้งความไว้ แต่คดีไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ตนอยากขอร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยพิสูจน์ความจริง และช่วยดำเนินการทางคดีให้ครอบครัวของตนด้วย

น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ประธานกลุ่มเป็นหนึ่ง เผยว่า จากการตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าว พบว่า นอกจากกรณีของหญิงสาวรายดังกล่าวนี้แล้ว พี่เลี้ยงคนนี้ยังมีประวัติเคยทำร้ายร่างกายเด็กเมื่อช่วงเดือนประมาณสิงหาคมที่ผ่านมา

โดยตนได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายซึ่งเป็นคุณแม่อีกรายว่า ก่อนหน้านี้เขาได้นำลูกวัย 4 เดือน มาจ้างให้นาย แก้มเลี้ยงดูแต่ผลปรากฏว่าลูกของเขาถูกนายแก้มทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ จนตาบวม ซึ่งทางนายแก้มอ้างว่าโทรศัพท์ตกใส่ แต่เขาไม่เชื่อ จึงรีบพาลูกไปส่งที่โรงพยาบาล แล้วปรากฏว่าลูกของหญิงสาวรายดังกล่าว มีอาการเลือดข้างในตา ที่บริเวณหูมีรอยกัด และบริเวณคอมีรอยบีบ ซึ่งหญิงสาวรายดังกล่าวจึงตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความกับพี่เลี้ยงทันที

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวตนคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่น้องน้ำเพชรจะถูกทำร้าย เพราะพี่เลี้ยงคนดังกล่าวเคยมีประวัติทำร้ายร่างกายเด็กมาก่อน และทางเจ้าที่ตำรวจ เคยมีการออกหมายเรียกแล้วแต่ทางพี่เลี้ยงคนดังกล่าวก็ไม่ได้มีการมาเข้าพบกับทางเจ้าที่ตำรวจแต่อย่างใด จนขณะนี้ ต้นทราบข้อมูลจากทางเจ้าที่ตำรวจว่าได้มีการออกหมายจับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง