อากาศร้อนทำลุงวัย 65 เป็นลมหัวฟาดพื้นเสียชีวิต

อากาศร้อนจัด! ลุงวัย 65 เดินข้ามถนนไปซื้อข้าว เป็นลมล้มหัวฟาดพื้นเสียชีวิตหน้าร้านข้าวมันไก่ ภรรยาเผยมีโรคประจำตัวหลายโรค
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 2567 พ.ต.ต.วรเชษฐ์ เดชเดโช พนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่า มีชายสูงอายุเป็นลมแล้วเสียชีวิต บริเวณด้านหน้าร้านขายข้าวมันไก่ เยื้องวัดแหลมฟ้าผ่า หมู่ที่ 7 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.พระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุ หน้าร้านขายข้าวมันไก่แบบรถเข็น จอดอยู่ในพื้นที่ให้เช่าขายสินค้า ของร้านสะดวกซื้อชื่อดัง พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชาย ทราบชื่อต่อมา นายนพพร โหงประเสริฐ อายุ 65 ปี บ้านอยู่หมู่ที่ 6 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นอนหงายอยู่บนพื้น สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีเขียว เนื้อตัวเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือด และมีบาดแผลแตกบริเวณปลายคาง คาดว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1-2 ชั่วโมง

จากการสอบถาม น.ส.เก้าดี ศรีอุดร อายุ 45 ปี แม่ค้าขายข้ามมันไก่ ให้ข้อมูลว่า ขณะที่ตนกำลังขายข้าวมันไก่ให้กับลูกค้า ได้ยินเสียงคล้ายของชิ้นใหญ่หล่นกระแทกพื้น หันไปมองพบว่า มีคนนอนอยู่กลางถนน ก่อนที่จะมีชาวบ้านใกล้เคียงและรถจักรยานยนต์รับจ้างวิ่งมาผ่านพอดี จึงได้รีบช่วยกันอุ้มเข้าข้างทาง พามานอนอยู่หน้าร้านตน
ในจังหวะนั้น เห็นผู้ตายตาลอยและมีเลือดไหลออกบริเวณปากและคาง จึงพยายามเรียกให้ฟื้นคืนสติ แต่ผู้ตายไม่มีอาการตอบสนอง ก่อนจะรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ให้รีบเดินทางมาช่วยเหลือพร้อมปฐมพยาบาล CPR นานกว่า 20 นาที แต่ไม่เป็นผล

สอบถาม นางสมนึก โหงประเสริฐ อาย 60 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ตนและผู้ตายไม่ได้อยู่ด้วยกันมานานหลายปีแล้ว โดยผู้ตายพักอาศัยอยู่ในบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 80 เมตร ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด , โรคหัวใจ , โรคความดันโลหิตสูง
ก่อนเกิดเหตุทราบว่า เดินออกมาจากบ้านเพื่อมาหาซื้อของกลับไปรับประทาน ซึ่งโดยปกติสามีจะเดินมาซื้อของแบบนี้คนเดียวทุกวัน ซึ่งตนคิดว่า อากาศวันนี้ร้อนอบอ้าวมาก ขนาดนั่งอยู่เฉยๆยังร้อนเลย น่าจะเป็นเหตุให้สามีตนเป็นลมจนเสียชีวิตได้

ตำรวจได้บันทึกภาพและลงบันทึกประจำวันไว้เบื้องต้น ก่อนมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ นำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่แท้จริงอีกครั้ง พร้อมประสานญาติให้มาดำเนินการรอรับศพ ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป




