ผนึกกำลัง 33 ทีม ค้นหา"อาจารย์เต้ย"หายตัวปริศนาจากแพเขื่อนดัง
ผนึกกำลังกู้ภัยฯ 33 ทีม ค้นหา"อาจารย์เต้ย"หายตัวปริศนาจากแพเขื่อนดังเมืองกาญฯ ไม่พบหลักฐานยืนยันว่าตกน้ำหรือไม่
ความคืบหน้ากรณี "อาจารย์เต้ย" อายุ 41 ปี อาจารย์พิเศษ (สาขาวิชาภาษาอังกฤษ) และนักแปลอาชีพ(สาขาไอที) มหาวิทยาลัยดัง พร้อมกลุ่มเพื่อนประมาณ 30 คน จัดทริปเดินทางมาพักผ่อนด้วยการเช่าแพล่องไปท่องเที่ยวริมเกาะกลางน้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 พ.ค.67
ต่อมาวันที่ 19 พ.ค. กลุ่มนักท่องเที่ยวได้เดินทางกลับ กทม.แต่ปรากฏว่า "อาจารย์เต้ย" ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยนักท่องเที่ยวที่มาด้วยกันต่างก็ไม่ทราบว่า"อาจารย์เต้ย"หายไปไหน เมื่อไหร่ โดยพบเพียงของใช้ส่วนตัวเช่น กระเป๋าเดินทาง ยารักษาโรคประจำตัววางอยู่ในห้องพักเท่านั้น
ทีมนักประดาน้ำมูลนิธิพิทักษ์กาญจนบุรีได้ทำการค้นหามาโดยตลอด แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่พบร่าง โดยลักษณะภูมิประเทศบริเวณจุดแพจอด ด้านล่างเป็นหน้าผาที่ลาดชัน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำน้ำลงไปค้นหาได้
ทางญาติได้ออกติดตามหาตัวอาจารย์เต้ยในเขต กทม.จนทั่วแล้ว แต่ก็ยังไม่พบ ส่วนสาเหตุการหายตัวไปของอาจารย์เต้ยนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเป็นการพลัดตกจากแพแล้วสูญหายไปในน้ำหรือหนีกลับบ้านโดยไม่แจ้งให้กลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกันได้ทราบ
ความคืบหน้า เวลา 07.00 น. นายศิริรัตน์ บำรุงเสนา นายอำเภอศรีสวัสดิ์ พร้อมด้วยนายชำนาญ แตงจุด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ศรีสวัสดิ์ และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการค้นหาจากมูลนิธิต่าง ๆ ทั่วประเทศ จำนวน 33 ทีม มีทั้งทีมโซนาร์ สแกนตรวจจับหาวัตถุใต้น้ำ ทีมประดาน้ำ ทีมโดรน ทีมความปลอดภัย ทีม K9 ทีมแพทย์ และทีมประกอบอาหาร ประมาณ 200 คน ร่วมประชุมวางแผนปฏิบัติการค้นหาทั้งทางน้ำและทางบก รวมทั้งทางอากาศ โดยมีการตั้งศูนย์บัญชาการชั่วคราวเอาไว้ที่บริเวณท่าเรือเขื่อนศรีนครินทร์ โดยก่อนปฏิบัติการได้จัดพิธีบวงสรวง ซึ่งได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 5 รูปโดยเมื่อเวลา 10.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการออกค้นหากันแล้ว
นายศิริรัตน์ กล่าวว่า จากการสืบสวนยืนยันได้ว่าช่วงเย็นของวันที่ 18 พ.ค. ผู้สูญหายยังอยู่ในแพที่จอดเอาไว้บริเวณเกาะกลางน้ำ แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันได้ว่ามีการตกน้ำหรือไม่หรือหายตัวไปในช่วงเวลาใด
นายศิริรัตน์ กล่าว่ต่อไปว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าหากมีการตกน้ำ น่าจะไม่ไกลไปกว่าจุดจอดแพกลางน้ำ หรือหากเดินขึ้นเกาะกลางน้ำ แล้วเกิดอุบัติเหตุ น่าจะไม่ไกลจากจุดจอดแพมากนัก การค้นหาในช่วงเช้านี้ เจ้าหน้าที่จะแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด คือ 1.ชุดค้นหาทางน้ำ 2.ชุดเดินเท้าปูพรมค้นหาทางบกคือที่ยอดเขาที่เป็นเกาะกลางน้ำบริเวณแพจอด
"การค้นหาทางบกจะใช้ชุด K9 สุนัขดมกลิ่น ร่วมค้นหา แบ่งออกเป็น 4 ชุด มีชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน( ชรบ.) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ชำนาญพื้นที่เป็นผู้นำทางในการค้นหา แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องระมัดระวังตัว เนื่องจากมีสัตว์พิษประเภทงูอาศัยอยู่" นายศิริรัตน์ ระบุ
นายศิริรัตน์ บอกด้วยว่า ส่วนแผนการค้นหาทางน้ำจะจำกัดพื้นที่บริเวณจุดที่จอดแพกลางน้ำ ตีวงกว้างออกไปในรัศมี 100 เมตร ใช้เครื่องมือเซาเดอร์ สแกนหาวัตถุต้องสงสัยที่จมอยู่ใต้ท้องน้ำ หากพบจึงจะส่งนักประดาน้ำลงไปตรวจสอบว่าใช่หรือไม่ใช่ร่างของมนุษย์
"หากการค้นหาในช่วงเช้ายังไม่พบร่างของอาจารย์เต้ย ช่วงบ่ายจะประชุมเพื่อประเมินการปฏิบัติอีกครั้งหนึ่ง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป" นายศิริรัตน์ ระบุ




