ตรึงกำลังสกัดเสี่ยแป้งทำชาวเผ่ามานิ 35 คนในพื้นที่เริ่มขาดแคลนอาหาร

ชาวเผ่ามานิ 35 คนที่เขาบรรทัดเริ่มขาดแคลนอาหาร เหตุโดนสั่งห้ามขึ้นเขาหาของป่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังสกัดเสี่ยแป้ง ทั้งดักทางเข้าออกและลาดตระเวณแนวเชิงเขา หวังปิดคดีนี้ให้ได้โดยเร็ว
กรณีนักโทษชาย นายชวลิต ทองด้วง "แป้ง นาโหนด" หลบหนีการจับกุมอยู่บริเวณเทือกเขาบรรทัด เขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ จ.พัทลุง , จ.สตูล และ จ.ตรัง และทางเจ้าหน้าที่เร่งตามล่า โดยตำรวจภูธรภาค 8 และ ภาค 9 นำกำลังปิดล้อมเทือกเขาบรรทัด ซึ่งในส่วนของ จ.สตูลนั้น มีพื้นที่ติดเขตแดน 3 จังหวัดอยู่ 2 แห่ง คือบริเวณพื้นที่บ้านราวปลา ม. 9 ต.ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า และพื้นที่ถ้ำภูผาเพ็ชร ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล จุดนี้มีชนเผ่ามานิ อาศัยอยู่

โดยเฉพาะพื้นที่ อ.มะนัง นายเชษฐ บุตรรักษ์ นายอำเภอมะนัง ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง ร่วมกับตำรวจสภ.มะนัง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจค้นยานพาหนะ ป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย และสแกนการเข้ามาของ "แป้ง นาโหนด" ที่อาจจะข้ามแดนมาด้าน จ.สตูล โดยตั้งจุดตรวจตลอด 24 ชั่วโมง(สงวนตำแหน่ง) เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ด้วย เนื่องจาก "แป้ง นาโหนด" ถือเป็นบุคคลอันตราย
นอกจากนี้ ยังมีชุดตำรวจกองปราบ ร่วมกับป่าไม้ ที่ออกลาดตระเวนบริเวณเส้นทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ด้าน จ.สตูล ซึ่งเป็นชุดสนับสนุนการทำงานไล่ล่า "แป้ง นาโหนด"

นายโชคชัย หลิมมา ผู้ช่วย ผญบ.หมู่ที่ 9 กล่าวว่า ได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวัง และคอยสอดส่องบุคคลแปลกหน้าที่เดินทางเข้าพื้นที่ นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังดูแล ไม่ให้ชาวบ้านและกลุ่มมานิ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ขึ้นเขาหาของป่าหรือล่าสัตว์ เพื่อป้องกันเหตุร้าย และอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่

ด้านนายไพโรจน์ ดำพลับ ชาวบ้านในหมู่ที่ 9 ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง ซึ่งเป็นผู้ดูแลกลุ่มชนเผ่ามานิ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เนื่องจากมีคำสั่งห้ามชาวบ้านขึ้นเขาหาของป่า ทำให้ส่งผลกระทบโดยตรงกับกลุ่มชนเผามานิ ที่มีอยู่ในพื้นที่ประมาณ 35 คน เนื่องจาก ชนเผ่ามานิต้องออกหาอาหารหรือออกล่าสัตว์ทุกวัน เมื่อไม่ได้เข้าป่าก็ไม่มีอาหาร แต่ตนในฐานะผู้ดู ได้เตรียมข้าวสารอาหารแห้งเอาไว้ให้บางแล้ว และอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งปิดคดีนี้ให้ได้ เพราะส่งผลกระทบต่อพี่น้องชนเผ่ามานิและชาวบ้านในพื้นที่

สำหรับ "มานิ" เป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิม ที่จะอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มย่อยๆ ประมาณ 20-40 คน อยู่บริเวณเทือกเขาบรรทัดที่เชื่อมต่อระหว่าง จ.ตรัง จ.พัทลุง และ จ.สตูล พบชนเผ่าได้บ่อยในพื้นที่ ต.ปาล์มพัฒนา จ.สตูล ใกล้ถ้ำภูผาเพชร อาจเคลื่อนย้ายไปตามแหล่งที่มีอาหารสมบูรณ์
แต่คนไทยมักคุ้นกับคำว่า "ซาไก" หรือ เงาะป่า-ซาไก ซึ่งมีความหมายในแง่ลบตามรากศัพท์(ภาษามลายู) ที่หมายถึง ทาส หรือคนที่เป็นทาส จึงถือเป็นคำที่ไม่สุภาพและไม่ควรใช้ ขณะที่ชนพื้นเมืองเผ่านี้ จะเรียกตัวเองว่า "มานิ" ซึ่งมีความหมายหรือแปลว่า มนุษย์ นั่นเอง





