หลานเขยโหดแทงลุงดับหน้าบ้าน ญาติเจ็บสาหัสอีก 2

หลานเขยโหดมีดปลายแหลมแทงลุงดับหน้าบ้าน ญาติเจ็บสาหัสอีก 2 หลังเครือญาติทะเลาะกัน ก่อนถูกห้ามไม่ให้จับไหล่น้องสะใภ้และไล่ให้ไปนอนเพราะเมา
วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ได้รับแจ้งเกิดเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านพุทรา หมู่ที่ 1 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (16 ก.ค.67) จึงไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.พิมาย และสายตรวจตำบลรังกาใหญ่ พบมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้นำผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งโรงพยาบาลพิมายไปก่อนหน้าแล้ว
จากการสอบถาม นางจีระวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ญาติของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตที่โดนมีดแทง คือ นายสมคิด (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ส่วนก่อเหตุเป็นเขยต่างด้าว(ประเทศเพื่อนบ้าน) ชื่อนายภาพ ไม่ทราบนามสกุลที่แน่ชัด อายุประมาณ 55 ปี ก่อนเกิดเหตุ นายภาพได้เดินเข้าไปสอบถามแม่ลูก ซึ่งเป็นน้องสะใภ้ ว่ามีเรื่องทะเลาะอะไรกันอยู่หน้าบ้าน จากนั้นนายสมคิดพร้อมกับตนได้เข้าไปดู พบเพียงหลานสะใภ้(มีศักดิ์เป็นน้องสะใภ้ของผู้ก่อเหตุ) ยืนกอดกันร้องให้กับแม่ของหลานสะใภ้อยู่

ระหว่างนั้น นายภาพ ผู้ก่อเหตุเดินไปจับไหล่หลานสะใภ้ และบอกว่า "ไม่ต้องกลังลุงหรอก ลุงไม่ทำอะไร" ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะห้ามปราม เพราะผู้ก่อเหตุเมาแล้ว พูดเพียงว่า "เมาแล้ว ไปนอน ไปนอน" ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจ ใช้มีดที่พกมาแทงนายสมคิด ซึ่งมีศักเป็นลุงจนล้มลง ทำให้สองแม่ลูกตกใจ จึงจะรีบนำตัวนายสมคิดขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาล แต่นายภาพ ได้เดินเข้ามาไล่แทงน้องสะใภ้กับลูกชาย ที่กำลังจะช่วยเหลือนายสมคิดอยู่ ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย และนายสมคิดได้เสียชีวิตลงในที่สุด
หลังก่อเหตุ นายภาพ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีไปทางบ้านโคกขาม ต.โบสถ์ ซึ่งนายภาพ ผู้ก่อเหตุมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และอาศัยอยู่กินกับภรรยา ซึ่งเป็นญาติๆกันมานานหลายปีแล้ว

ล่าสุด วันนี้(17 ก.ค.67) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย พร้อมด้วยชุดสืบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณถนนทางเข้าบ้านโคกขาม ต.โบสถ์ ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เส้นทางในการหลบหนี พบว่า นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน โดยมีชายไม่ทราบชื่อ พาขับขี่รถหลบหนีไปตามถนนในหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนสอบสวน และติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





