ส.อบต.ฉุนลูกเลี้ยงพูดไม่เข้าหูใช้ปืนยิงดับคาบ้าน ลั่นเก็บกดมานานจนเหลืออด

ส.อบต.ฉุนลูกเลี้ยงพูดไม่เข้าหูใช้ปืนยิงดับคาบ้าน ลั่นเก็บกดมานานจนเหลืออด
เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ตำรวจ สภ.ลานสัก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีคนโดนยิงเสียชีวิต ที่หมู่ 5 ต.ประดู่ยืน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หลังจากได้รับแจ้ง ร.ต.อ.เอกชลิต หนุนพงษ์ ร้อยเวรสภ.ลานสัก พร้อมกู้ภัยอุทัยธานีจุดลานสัก ได้มายังที่เกิดเหตุ พบนายเสน่ห์ สุวรรณศร อายุ 58 ผู้ก่อเหตุ ยืนให้ปากคำกับตำรวจ สายตรวจสภ.ลานสัก ที่บ้านหลังเกิดเหตุ เลขที่ 64 หมู่ 5 ต.ประดู่ยืน โดยบรรดาญาติๆของผู้เสียชีวิตที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาสาปแช่งผู้ก่อเหตุ ตำรวจหวั่นเกิดเหตุทำร้ายร่างกาย จึงนำตัวผู้ก่อเหตุไปยัง สภ.ลานสัก

ภายในบ้านพบผู้เสียชีวิต คือ นายกฤษณะ รุททองจันทร์ อายุ 42 ปี สวมเสื้อสีฟ้าแขนยาว กางเกงยีนขาสั้น สภาพศพนั่งคว่ำหน้า มีรอยบาดแผลโดนยิงบริเวณไหปลาร้าข้างซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน ใกล้กันพบเหล้าขาวตกอยู่ 1 ขวด โดยแพทย์เวร รพ.ลานสัก ชันสูตรเบื้องต้น ก่อนนำร่างของผู้เสียชีวิตไปเอกซเรย์ที่ รพ.ลานสัก อย่างละเอียดอีกครั้ง
ล่าสุด นายเสน่ห์ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของผู้ตาย สารภาพว่า ใช้ปืนขนาด .38 ไทยประดิษฐ์หักลำ ในการก่อเหตุ ระบุ ตนเป็นพ่อเลี้ยงของผู้ตาย และเป็นสามีใหม่ของแม่ผู้ตาย อยู่กินกันมาหลายปี เลี้ยงดูผู้ตายมาตั้งแต่เด็ก โดยตนเป็น ส.อบต.แห่งหนึ่งในเขต อ.ลานสัก ซึ่งระยะหลัง โดนลูกเลี้ยงใส่ร้ายเสียๆหายๆ ต่อว่าตนเป็นคนไม่ดีมาตลอด และตนเก็บความรู้สึกมาเรื่อยๆ
ก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตาย อยู่ที่บ้านเพียง 2 คน ส่วนแม่ของผู้ตาย ได้พาหลานไปหาญาติที่อยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง จังหวะนั้นผู้ตายได้ดื่มเหล้าขาว ขณะที่ตนก็ได้ดื่มเหล้ามานิดหน่อยเช่นกัน จนทำให้มีปากเสียงกัน ก่อนบันดาลโทสะ ใช้อาวุธิปืนจ่อยิงลูกเลี้ยงดังกล่าว

ด้านนางชม้าย พลบุตร อายุ 61 ปี แม่ของผู้เสียชีวิตหรือภรรยาของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุไม่ค่อยคุยกับลูกตนมาประมาณ 1 เดือน และไม่เคยเห็นมีปากเสียงกันมาก่อน จนวันเกิดเหตุที่มาทราบอีกทีว่า สามีใหม่ของตนใช้อาวุธปืนยิงลูกจนเสียชีวิต




