“นพพร” ฮีโร่มาบตาพุดกลับถึงบ้านแล้ว เมียเล่า 3 ลางสังหรณ์

“นพพร” ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดกลับบ้านเกิดแล้ว ครอบครัวรับศพด้วยน้ำตา ภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่า 3 ลางสังหรณ์ที่มีก่อนเกิดเหตุร้าย
(11 พ.ค. 67) ความคืบหน้ากรณีการส่งร่างของนายนพพร เรือนมา ผู้เสียชีวิตจากเหตุถังสารเคมีภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ระเบิดเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา จากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าร่างของนายนพพรถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดเพื่อส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งนั้น
ล่าสุดคืนนี้ เวลาประมาณ 19.10 น. รถกู้ภัยได้นำร่างนายนพพร มาถึงยังวัดปูแกง อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งได้มีชาวบ้านจำนวนราว 30-40 คนมารอรับร่างนายนพพร ขณะที่เปิดประตูรถตู้นายพีรพงษ์ พี่ชายของนายนพพรได้โผเข้ามากอดนางปั๋น แม่ของนายนพพร และ น.ส.โสรยา ภรรยาของนายนพพร พร้อมทั้งปล่อยโฮร้องไห้กอดกันด้วยความเสียใจ
น.ส.โสรยา ได้ไปเคาะโลงศพนายนพพร ตามความเชื่อ บอกกล่าวนายนพพรว่ามาถึงที่บ้านเกิดแล้ว จากนั้นได้นำพระเป็นผู้จูงโลงศพนายนพพร ลงมาใส่โลงเย็นอีกครั้ง ก่อนจะนำโลงศพใส่โลงเย็น น.ส.โสรยาได้สัญญาว่าจะใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับร่างนายนพพร และรองเท้าสไตล์สีที่นายนพพรชอบ เป็นรองเท้าสีขาวเขียว ซึ่งทดลองใส่แล้วแต่ใส่ไม่ได้จึงได้วางไว้ในโลงศพ
จากการสอบถามคนขับรถตู้กู้ภัยทะเบียน พค 859 ระยอง ได้นำร่างนายนพพรจากสถาบันนิติเวช กทม. ออกมาเวลา 10.00 น. ใช้เวลาวิ่งประมาณ 11 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างทางไม่มีปัญหาอุปสรรคอะไร แต่พอมาถึงจังหวัดลำปางเกิดฝนตกปรอยๆ เท่านั้น

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.โสรยา ภรรยาของผู้เสียชีวิต ตั้งแต่ช่วงบ่าย น.ส.โสรยาเล่าให้ฟังว่า วันที่เกิดเหตุการณ์ระเบิดกับสามีตนเองนั้น ตนทราบข่าวจากอินเตอร์เน็ต จึงรู้ว่าเป็นโรงงานที่สามีทำงานอยู่ จึงได้โทรศัพท์ไปหานายนพพร แต่ไม่มีใครรับสาย จากนั้นได้โทรไปหาเพื่อนของสามีที่ทำงานที่เดียวกัน เพื่อนสามีจึงบอกให้รีบไปโรงพยาบาล สามีได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิด ระหว่างนั้นทำอะไรไม่ถูก คิดแต่เพียงอยากไปหาสามี ไปอยู่ใกล้ๆ ให้กำลังใจเท่านั้น
ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุนั้นตนและสามีเคยฝันเป็นลางบอกเหตุอยู่ 3 ครั้ง ครั้งแรกฝันว่าลูกชายซึ่งฝากให้แม่สามีเลี้ยงให้ที่บ้านที่เชียงราย ตกบันไดหัวแตกเสียชีวิต ครั้งที่สองฝันว่าได้นั่งเครื่องบิน ซึ่งเพื่อนมาทักว่าฝันแบบนี้แปลว่าจะได้เดินทาง หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายขึ้นในชีวิต และครั้งที่ 3 เมื่อวันจันทร์ก่อนที่นายนพพรจะเสียชีวิต ตอนที่ตื่นขึ้นมาได้นั่งมองหน้าตนอย่างเศร้าๆ แล้วถามว่ารักกันไหม เนื่องจากนายนพพรฝันว่าตนนั้นหนีไปกับผู้ชายคนอื่น ทิ้งเขา ทิ้งลูกไป
ส่วนทางบริษัทได้มีการติดต่อในส่วนเรื่องเยียวยาให้การช่วยเหลือมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงรายระเอียดอะไร เนื่องจากต่างฝ่ายยังยุ่ง ต้องรอให้งานศพเสร็จ และทางบริษัทจัดการทางบริษัทให้เรียบนร้อย และจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง




