ไม่ได้เป็นการรื้อคดี! เตรียมเรียก 12 บุคคลในปาร์ตี้บ้านกำนัน คดียิง“สารวัตรแบงค์” รับทราบข้อหาเพิ่ม

สอบสวนกลางรับโอนคดียิง “สารวัตรแบงค์” จากสภ.นครปฐม มาทำคดีต่อแล้ว ตั้งทีมสืบสวนใช้ 11 หน่วยงานร่วมทำคดี
(18ก.ย.66) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยหลังจากร่วมประชุมกับหน่วยงาน 11 หน่วยงาน ภายใต้สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อเร่งดำเนินคดีที่พันตำรวจตรีศิวกร สายบัว หรือ “สารวัตรแบงค์” ตำรวจทางหลวงที่ถูกยิงเสียชีวิตระหว่างงานเลี้ยงในบริษัทของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ อดีตกำนันนก เนื่องจากรับโอนคดีจาก สภ.เมืองนครปฐม มาดำเนินคดีต่อที่ตำรวจสอบสวนกลาง
พล.ต.ท.จิรภพ ระบุว่า คดี“สารวัตรแบงค์”ตำรวจสอบสวนกลางรับคดีฆาตกรรม และคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ของตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนต่อแล้ว เนื่องจากพบว่าเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผูัมีอิทธิพลในพื้นที่ เหตุอุกอาจ การก่อเหตุอุกฉกรรจ์ คดีมีความซับซ้อน หากคดีถึงชั้นอัยการ และศาลในพื้นที่แล้วอาจจะทำให้มีอิทธิพลของคนในพื้นที่มากดดันการทำงานได้
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวต่อไปว่า โดยคดีนี้จะดำเนินการสืบสวน และสอบสวนต่อเนื่องจากตำรวจภูธรภาค 7 ไม่ได้เป็นการรื้อคดีใหม่ เช่นเดียวกับคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ของตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ หลังจากดำเนินคดีไปแล้ว 6 นาย ขณะนี้กำลังพิจารณาพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อนว่าตำรวจนายใด มีพฤติการณ์ช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือไม่
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวด้วยว่า โดยจะพิจารณาใน 2 ประเด็น คือ ตามข้อเท็จจริง ในขณะเกิดเหตุเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งก่อน ขณะ และหลังเกิดเหตุ และประเด็นข้อกฎหมาย ต้องไปสอบถามกับพนักงานสอบสวน โดยจะพิจารณาว่าพฤติการณ์ใดบ้างที่จะเข้าข่ายผิดในข้อกฎหมายนี้ เช่น ในระหว่างเกิดเหตุ มีตำรวจนายใดโทรศัพท์แจ้งเหตุ นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล หรือออกจากที่เกิดเหตุทันที ซึ่งก็จะเป็นไปได้หลายแนวทางข้อเวลาให้ตำรวจสอบสวนก่อน ซึ่งหากพบใครผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวอีกว่า สำหรับกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ พบว่าในที่เกิดเหตุมีทั้งหมด 15 ตัว ซึ่งมีรายละเอียดเยอะมาก ซึ่งหากใครมีความผิดหรือไม่ผิดก็จะต้องตรวจสอบในกล้องวงจรปิดประกอบ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการออกหมายจับตำรวจเพิ่มเติมหรือไม่
ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า ในเรื่องนี้ตำรวจสอบสวนกลางจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งตำรวจและคนที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยจะนำข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมายืนยัน โดยจะต้องมาไล่เลียงใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่หลังเสียงปืนดังขึ้น มีใครที่วิ่งหนี หรืออยู่ต่อแล้วทำอะไรบ้าง ส่วนใครจะเกี่ยวกับข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ฯ ก็จะมาตรวจสอบกันทีละนาย
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ส่วนตัวของอดีตกำนันนก ไม่น่าจะมีความรู้ในการลบภาพในกล้องวงจรปิด เพราะการนำเซิร์ฟเวอร์กล้องไปทิ้งใช้เวลาไม่นาน ไม่น่าจะลบได้ จึงเชื่อว่าน่าจะมีคนลบภาพในช่วงเวลาดังกล่าว แต่หากว่าไม่มีภาพวงจรปิดในขณะเกิดเหตุ ก็ยังมีหลักฐานอื่นประกอบการดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่พบว่ามีพ.ต.ท.ภทร วรญาวิศุทธิ์ หรือ สารวัตรไอซ์ พาแฟนไปร่วมงานด้วย และจังหวะที่เกิดเหตุได้พาแฟนไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งกล้องวงจรปิดจับได้ว่าสารวัตรไอซ์ ยกปืนขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงปืน แต่ไม่ได้ยิงไปที่บุคคลใด หรือเข้าไประงับเหตุ เนื่องจากอยู่ห่างจากจุดเกิดพอสมควร จึงอาจไม่เข้าข่ายผิดข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ




