พี่สาวร้องน้องตายมีเงื่อนงำ ไม่เชื่อเป็นลมชักดับ

พี่สาวร้องขอความเป็นธรรมให้น้องชาย ไม่เชื่อเป็นลมชักเสียชีวิต หลังผลชันสูตรพบแผลฟกช้ำตามใบหน้าและมีอาการสมองบวม
(8 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก น.ส.ชุติมา อายุ 36 ปี ชาว ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่าน้องชาย ชื่อนายชาญชัย อายุ 32 ปี เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ โดยในตอนแรกครอบครัวนึกว่าเป็นสาเหตุจากโรคลมชักที่เป็นโรคประจำตัว แต่ผลการชันสูตรพบว่าน้องชายของตนมีแผลบวมฟกช้ำศีรษะ ใบหน้า และขมับซ้าย ร่วมกับภาวะสมองบวม จึงติดใจว่าอาจจะโดนทำร้ายร่างกายมาก่อน ทางครอบครัวจึงได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงใต้ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบการเสียชีวิตอีกครั้ง
โดย น.ส.ชุติมาเล่าว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา น้องชายได้ไปหาเพื่อนรุ่นพี่ที่บ้านอยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร โดยในวันดังกล่าวมีเพื่อนของน้องชายไปเจอกันหลายคน รวมถึงนายสมหมาย เพื่อนสนิทของน้องชาย
จากนั้นเวลาประมาณเที่ยงคืน นายสมหมายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาส่งน้องชายที่ปากซอยวัดบางฝ้าย ซึ่งเป็นซอยบ้าน ตอนนั้นน้องชายยังปกติดีที่อย่าง พอส่งเสร็จนายสมหมายก็ขี่รถจากไป น้องชายเดินอีกราว 200 เมตรเพื่อกลับเข้าบ้าน จากการสอบถามญาติที่อยู่บ้านใกล้กันเล่าว่าในคืนดังกล่าวได้ยินเสียงดังโครมครามมาจากทางบ้านของนายชาญชัย แต่ไม่ทราบว่าเป็นเสียงอะไรแน่
จากนั้นวันที่ 3 ธ.ค. พ่อและแม่เลี้ยงกลับมาที่บ้านช่วงเย็น เห็นน้องชายมีอาการชักก็เข้าไปดูอาการ พอช่วงเช้าวันที่ 4 ธ.ค. แม่เลี้ยงเห็นไฟในห้องของน้องเปิดอยู่ จึงจะเข้าไปดู แต่เจอน้องนอนแก้ผ้าหันหลังให้ นึกว่าน้องเมาแล้วหลับ จึงไม่ได้สนใจอะไร
มาถึงวันที่ 5 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันรวมญาติของที่บ้าน พ่อของตนเปิดประตูห้องน้องชายเห็นน้องชายยังนอนนิ่งเลยเข้าไปพลิกตัวดู พบว่าน้องชายมีรอยฟกช้ำขึ้นตามตัว-ตามหน้า ภายในห้องข้าวของกระจัดกระจาย และน้องปัสสาวะรดตัวเอง พ่อเลยอุ้มน้องออกมาอาบน้ำอาบท่า และเก็บห้องให้ ก่อนน้องจะกลับเข้าไปนอนต่อ จนวันที่ 6 ธ.ค. น้องอาการแย่ลง ที่บ้านจึงโทรแจ้งกู้ชีพมารับเวลา 08.40 น. ก่อนที่น้องจะเสียชีวิตที่ รพ. เวล่ 13.00 น.
น.ส.ชุติมาเล่าอีกว่า ตอนที่พาน้องออกมาอาบน้ำเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. นั้น น้องยังตอบสนองอยู่บ้าง โดยมีอาการสะดุ้งเมื่อถูกน้ำเย็น แต่ไม่พูดคุยโต้ตอบ น้องเขยถามว่าไปทำอะไรมา ถูกใครทำร้ายมาก็ไม่ตอบ และยังมีช่วงที่ลืมตามามองตนอยู่ด้วย ตนก็เอะใจว่าน้องเป็นอะไร ทำไมเป็นหนักขนาดนี้ หรือน้องไม่ได้กินยาประจำตัว
ด้านนายสมหมายเพื่อนของผู้ตายเล่าว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ตอนเย็น ตนและผู้ตายไปช่วยงานทำพิธีย้ายศาล พอเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ตนได้พาผู้ตายไปส่งที่ปากซอยบ้านผู้ตาย โดยตอนนั้นเพื่อนยังอาการปกติดีทุกอย่าง
ที่ผ่านมาผู้ตายมีปัญหาทะเลาะกับคนรู้จักในเฟซบุ๊ก ถึงขั้นข่มขู่อาฆาต ตนคิดว่าผู้ตายน่าจะถูกทำร้ายร่างกายมา ไม่น่าจะล้มเอง เพราะดูจากแผลต่างๆ รวมถึงดูที่หลังเห็นเป็นรอยเหมือนรอยเท้า จึงคิดว่าน่าจะถูกคนอื่นทำ
นอกจากนี้หลังจากผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ตนรู้สึกเหมือนมีคนมาคร่อมรถซ้อนท้าย คิดว่าน่าจะเป็นผู้ตายที่มาขอให้ช่วย ตนเองก็กลัว เพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน และเป็นคนที่เจอผู้ตายเป็นคนสุดท้าย หากเพื่อนยังอยู่แถวนี้ก็อยากฝากว่าขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี ส่วนเรื่องคดีตนจะพยายามช่วยติดตามหาคนร้ายให้




