รวบแล้วสองผัวเมียแก๊งเรียกค่าไถ่หลังล่องหนไป 11 ปี

CIB รวบแล้วสองผัวเมียแก๊งเรียกค่าไถ่ล่องหนไป 11 ปี ก่อคดีรีดทรัพย์กว่าครึ่งล้านสุดท้ายจนมุม
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม เจ้าพนักงานผู้จับกุม กก.2 บก.ป. นำโดย พ.ต.ต.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.2 บก.ป. , ร.ต.อ.อิทธิพล อ่ำมาก รอง สว.กก.2 บก.ป. และ ร.ต.อ.ตุลย์ มณีเมือง รอง สว.(สอบสวน) ร่วมกันจับกุม
1.น.ส.วิภาวานี อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 292/2555 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันใช้บัตรอิเล็คทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผู้ออกได้ให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเบิกถอนเงินสด , ร่วมกันกรรโชกโดยขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส”
2.นายปิยพงษ์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดปราจีนบุรี ที่ จ.102/2565 ลงวันที่
30 เมษายน 2565 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลหนึ่ง และร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น(เงินจำนวน 5,000,000บาท) และร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการและร่วมกันใช้ หรืออ้างเอกสารราชการปลอม”
โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 คน บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ถ.ทวารวดีใต้ ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม

สำหรับพฤติการณ์การ ก่อนหน้านี้ได้มีโทรศัพท์จากชายไทย ไม่ทราบชื่อ โทรเข้าโทรศัพท์บ้านของผู้เสียหาย อ้างว่า เป็นแก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบ และได้จับตัวลูกชายของผู้เสียหายไว้ เนื่องจากไปค้ำประกันเงินกู้นอกระบบ หากไม่โอนเงินมาชำระหนี้ จะทำการตัดแขนขาของลูกชาย ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้ไปโอนเงินที่ธนาคาร 6 ครั้ง รวม 600,000 บาท ไปยังบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา
ต่อมา ผู้เสียหายได้โทรศัพท์กลับไปหาคนร้าย ปรากฎว่าไม่สามารถติดต่อได้ และเมื่อกลับไปตรวจสอบที่บ้าน พบว่า ลูกชายกลับมาที่บ้านแล้ว และไม่ได้ถูกคนร้ายจับตัวไปแต่อย่างใด จึงได้เข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในคดีนี้ปรากฏว่า สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาอื่น จำนวน 5 ราย มาดำเนินคดีได้แล้ว แต่ยังคงเหลือนางสาววิภาวานี ผู้ต้องหารายนี้ ที่ยังหลบหนีอยู่
เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้สืบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายที่หลบหนีมานานกว่า 11 ปี จนทราบว่า หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ ในพื้นที่ ถ.ทวารวดีใต้ ต.ห้วยจรเข้ อ.เมืองนครปฐม จึงได้วางแผนเข้าทำการจับกุม และได้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ในบริเวณดังกล่าว พบว่า น.ส.วิภาวานี อยู่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง จึงได้เข้าทำการจับกุมตัว และได้แจ้งให้ทราบว่า ต้องถูกจับกุมตามหมายจับข้างต้น ก่อนนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบข้อมูลหมายจับของนายปิยพงษ์ (สามี น.ส.วิภาวานี) พบว่า เคยถูกจับกุมดำเนินคดี (กรณีเรียกค่าไถ่) นี้มาแล้ว แต่ได้ไปก่อคดีในลักษณะคล้ายกันนี้อีก ซึ่งมีความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท จึงได้จับกุมตัวตามหมายจับ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้นในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา




