"ปลัด มท." โต้คลิปเก๊โยงเมีย-บิ๊กการเมือง ลั่นทุจริตสอบท้องถิ่นใครผิดไม่ละเว้น!

ข่าวเวิร์คพอยท์
"ปลัด มท." โต้คลิปเก๊โยงเมีย-บิ๊กการเมือง ลั่นทุจริตสอบท้องถิ่นใครผิดไม่ละเว้น!

ปลัดมหาดไทย “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ตั้งโต๊ะแถลงความจริง ย้ำ “ข้อมูลต่าง ๆ ที่เผยแพร่ว่าภรรยามีความเชื่อมโยงเป็นญาติกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นเท็จทั้งสิ้น” เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นและดิสเครดิต พร้อมย้ำถึงกระบวนการสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น “ไม่มีปล่อยปละละเลยแน่นอน ใครผิดก็ต้องผิด” เดินหน้าทำตามกระบวนการเข้มข้นตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี “ต้องทำงานให้โปร่งใส ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นมากที่สุด”

(28 มิ.ย. 69) ที่ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวกรณีประเด็นเพจเฟซบุ๊กหนึ่งปล่อยคลิปเสียงเท็จ รวมถึงประเด็นสำคัญที่เป็นที่สนใจของสังคม โดยมี นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชาญวิชญ์ สิริสุนทรานนท์ สถาปนิกใหญ่ กรมโยธาธิการและผังเมือง นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการปกครอง นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นางสาวกาญจน์ชนิษฐา เอกแสงศรี ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธงชัย รับรอง เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตลอดชีวิตของกระผมและภรรยา กระผมรับราชการด้วยความซื่อสัตย์ ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะภรรยาของกระผม ทำงานกับบริษัทต่างชาติจนเป็นที่ยอมรับ ได้รับการโปรโมทจากฝีมือการทำงาน ไม่คุ้นเคยกับระบบการเมืองหรือระบบราชการแบบบ้านเรา แต่ก็อุทิศสละเวลาเข้ามาช่วยทำงานตามฐานะหน้าที่ แม้จะมีงานบริหารกับบริษัทต่างชาติมากพอสมควร กระผมยินดีมอบประวัติโดยย่อของภรรยาให้กับทุกคนที่ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง ขอยืนยันด้วยเกียรติของปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า “ข้อมูลต่าง ๆ ที่เผยแพร่ว่ามีความเชื่อมโยงเป็นญาติกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นเท็จทั้งสิ้น” ผมเชื่อมั่นในหลักธรรมที่ว่า “ผู้จงใจกล่าวเท็จหรือทำผิดแล้วจงใจปฏิเสธ จะต้องรับผลชั่วนั้นภายใน 3 วัน 7 วัน อย่างแน่นอน” กระผมจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีเพื่อความถูกต้องชอบธรรม ไม่ว่าจะเรื่องการทำงาน และเรื่องส่วนตัวครับ

"ภรรยาผมเนี่ยเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย แล้วเขาก็ไม่สบายใจ ผมก็บอกว่าก็อย่างเงี้ยแหละ การเป็นภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยมันไม่ง่าย เพราะว่าบางทีปลัดก็โดนอะไรที่มันมันรุมเร้า ถ้าเป็นภาษาก็อาจจะโดนทำร้ายบ้าง บางทีทำร้ายปลัดไม่ได้ ก็ต้องไปหาคนใกล้ ๆ ปลัด ผมก็ให้กำลังใจเค้าว่า เนี่ยแหละภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย คนที่ทำก็คงทำร้ายปลัดไม่ได้ ก็ต้องไปหาคนที่ใกล้ชิดปลัด เดี๋ยวผู้สื่อข่าวก็จะได้เห็นประวัติของภรรยาผม ซึ่งผมก็เชื่อมั่นนะครับ ตั้งแต่ที่เขามาช่วย เขาทำงานตลอด ลาออกจากงาน 3 ปีเท่านั้นเอง ตอนที่ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ก็มาอยู่ด้วยกัน เป็นนายกเหล่ากาชาด ที่ลำพูน 2 ปี ที่ตาก 1 ปี พี่น้องประชาชนที่เราไปรับราชการที่นั่นก็รู้จักเราดี ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น"

นายอรรษิษฐ์ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่อประเด็นต่าง ๆ โดยกล่าวว่า ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมเติบโตรับราชการมาตามลำดับ ซึ่งวันนี้ก็เป็นที่ทราบดี ผมไม่เคยทำอะไรที่มันไม่ถูกต้องหรือมีเรื่องที่มันไม่ถูกต้องในตัวผมเลย แต่วันนี้เมื่อมีข่าวมา มีเรื่องที่เราก็ทราบดีเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น ผมก็เป็นคนแรกที่ตัดสินใจ แล้วก็ได้ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยการให้อธิบดีมาประจำที่กระทรวง ผมได้เป็นคนตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายพัฒนาชุมชนและปกครองท้องถิ่น กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และก็ยังดำเนินการแจ้งไปที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้เฝ้ารักษาสถานที่ราชการเป็นสำคัญ ซึ่งเมื่อวานท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปตรวจในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก่อนที่จะเดินทางไปปารีส “ท่านก็บอกว่าเราต้องทำงานให้โปร่งใส และก็ให้ประชาชนเชื่อมั่นให้มากที่สุด” เพราะอันนี้เป็นถือว่าเป็นเหตุที่ใหญ่มาก และเป็นศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทย โดยผมในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้จบทุกประเด็น และขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่าเราจะทำเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นและเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

“ส่วนตัวผมก็คิดว่า ที่ผมเล่ามาทั้งหมดเนี่ย คือ ผมได้ดำเนินการในเรื่องจัดการกับการทุจริตมาทั้งหมด พออยู่ดี ๆ วันดีคืนดี ก็มีคลิปอะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเช็คแล้วทุกคนคงรู้ว่า “มาจากต่างประเทศ” แล้วก็อ้างถึงภรรยาผม ซึ่งเดี๋ยวท่านผู้สื่อข่าวจะได้ประวัติของภรรยาผม ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรเลยกับราชการ แล้วก็ทำงานโดยเติบโตเป็นระดับสูงนะครับ และก็เคยเป็นถึงได้รับตำแหน่ง Asia Pacific Media Planner of the year ที่รับรางวัลที่สิงคโปร์ เป็นต้น ผมเคยบอกแล้วว่า สามารถสืบกันได้ แต่บางทีเราเชื่อในสิ่งที่ถูกเผยแพร่ออกมา แล้วก็พยายามจะเล่นข่าวนั้นไปเรื่อย ๆ ผมก็ยังคิดว่า ไปกลบข่าวอื่นที่กำลังเกิดขึ้นหรือเปล่า โดยเอาข่าวเนี่ยมามากลบ แล้วผู้สื่อข่าวพอเห็นข่าวนี้ก็พูด ๆ ไปเรื่อย ๆ ข่าวเดิม ๆ ที่คนที่กำลังทำความผิด กำลังทำคนเดือดร้อน กำลังเสียหายเนี่ย คนทำเค้าก็สบายใจ เพราะว่าผู้สื่อข่าวหันเหประเด็นไปแล้ว ก็มาให้ผมเนี่ยต้องมานั่งตอบคำถามในสิ่งที่คนที่กล่าวเท็จหรือทำผิดแล้วก็จงใจปฏิเสธ แล้วก็พยายามสร้างเรื่องขึ้นมา ซึ่งคนเหล่านี้ ก็แน่นอนครับ ตามหลักธรรมท่านต้องเชื่อมั่นเลยว่า 3 วัน 7 วัน เนี่ย ท่านดูเลยเขาต้องรับได้รับผลกรรมนั้นอย่างแน่นอน”

นายอรรษิษฐ์ เน้นย้ำว่า 1. ที่ผมบอกก็คือ อาจจะต้องเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะก่อนที่จะมีข่าวผม ท่านกำลังเล่นเรื่องอะไรกันอยู่บ้าง ผมก็ไม่รู้ แล้วพอท่านมาเปลี่ยนเป็นเรื่องผมเนี่ย เรื่องนั้น ๆ ก็จะดรอปลงไป 2. ก็แน่นอน ก็อาจจะมีคนที่ไม่หวังดีกับผม ก็พยายามจะมุ่งหวังดิสเครดิตผม พอทำไม่ได้ก็ไปหาคนข้าง ๆ คือ ภรรยาผม ซึ่งก็เป็นปกติ แต่ว่าก็ต้องก็ต้องยอมรับว่า ภรรยาผมนี่ก็ไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และก็ไม่ควรจะเอามาเกี่ยวข้องครับ”

นายอรรษิษฐ์ ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีตัวคนปล่อยคลิปว่า “ก็ไม่ทราบไงครับ ก็ไม่รู้เขาเอาคลิปมาจากไหน แล้วก็ไปให้คนต่างประเทศ รู้จักเพจนี้มั้ยล่ะ ผู้สื่อข่าวรู้จักมั้ยล่ะ ก็ต้องถามเค้าสิว่า เค้ามาจากไหน เค้าไปเอาคลิปมาจากไหน คนนั้นรู้จักผมหรือเปล่า แล้วมาพูดอย่างเนี่ย เค้าเอาหลักฐานที่ไหนมา อันนี้ง่าย ๆ ผมก็บอกแล้ว “ที่ผมไม่ให้ค่า เพราะว่าไอ้คนเหล่านี้มันไม่มีคุณค่าที่เราจะไปให้ค่า” สมมุติผู้สื่อข่าวโดนใครก็ไม่รู้มากล่าวหา แล้วมันไม่จริงเนี่ย แล้วท่านทำยังไง ท่านรู้สึกยังไง ก็รู้สึกเหมือนผมนั่นแหละ แต่ความที่ผมเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ผมต้องทำหน้าที่นี้ต่อไป แล้วก็ทำให้ดีที่สุด ต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้เด็ดขาด แล้วต้องหาคนที่มันทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดอย่างนี้ ท่านบอกที่ท่านพูดก็แค่ว่า “แค่คลิปเดียวเนี้ยมันถูกต้องหรือเปล่า” ท่านไม่ได้พูดถึงทั้งหมดเลย แต่ว่าคนก็พยายามเอาไปตีความว่า ตรงเนี้ย ท่านนายกรัฐมนตรีบอกเลิกแล้ว ไม่ทำแล้ว มันไม่ใช่เลย ผู้สื่อข่าวรู้ดี ทุกคนที่มีวิจารณญาณรู้ดี เราเลิกได้ยังไง เมื่อพี่น้องประชาชนต้องการความจริง ประชาชนต้องการความกระจ่าง ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ใครมีหลักฐานอะไรก็แจ้งมา ที่ผมทำหนังสือไปให้แจ้งศูนย์ดำรงธรรม ท่านก็แจ้งมาเลยนะครับ ใครมีหลักฐานแจ้งมาสิ ท่านนายกฯ ก่อนไปปารีส ท่านเซ็นลงนามให้ศูนย์บริการประชาชนที่สำนักนายก ให้ปลัดสำนักนายกฯ รับเรื่องร้องทุกข์อีกทางหนึ่ง ซึ่งอันเนี้ยใครเดือดร้อนใครเสียหายแจ้งมาเลย กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่อย่างเดียว คือ ทำเรื่องนี้ให้โปร่งใส ให้กระจ่าง นั่นคือศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยครับ"

ในส่วนกรณีคนชื่อส้ม นายอรรษิษฐ์ ตอบผู้สื่อข่าวว่า "ก็ไม่รู้จักนี่ครับ ผมไม่รู้จักอะไรเลย ต้องไปถามเขาด้วยว่า เขาเอามาจากไหน ผมไปรู้จักได้ยังไง ที่อ้างถึงว่าเป็นญาติกับผู้หลักผู้ใหญ่เนี่ย ก็ไม่จริงแล้ว แล้วมันก็ขยายทำไปเรื่อย ๆ แล้วคนก็เชื่ออย่างนั้น ถามว่าไปพูดถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมืองอย่างนั้นเนี่ย ท่านเสียหายหรือเปล่า “น้องท่านเนี่ยรู้จักกัน Line มาถามผมว่าภรรยาท่านเป็นญาติกับผมเหรอ” เค้ารู้ดีอยู่แล้วว่ามันเกิดเหตุการณ์ที่ต้องสร้างอะไรขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่ผิดอยู่ และวันนี้ถ้าเราเลิกติดตามในสิ่งที่ผิด ๆ นี้ แล้วไปติดตามสิ่งที่มันไม่ถูกต้องที่เราดำเนินการอยู่ที่แท้จริงเนี่ย เราจะได้เห็นสิ่งที่แท้จริงเกิดขึ้น"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ปลัด มท." โต้คลิปเก๊โยงเมีย-บิ๊กการเมือง ลั่นทุจริตสอบท้องถิ่นใครผิดไม่ละเว้น! | Workpoint News