เมียเครียดผัวฝรั่งเจ้าชู้ปันใจให้หญิงอื่น ผูกคอจบชีวิตประชด

หญิงวัย58 ปีเครียดสามีฝรั่งไปมีเมียน้อย กลับบ้านมามีปากเสียงกันก่อนประชดด้วยการผูกคอจบชีวิต
เมื่อเวลา 11.23 น. วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 พ.ต.ท.รัชพล โมรารัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุมีหญิงผูกคอเสียชีวิตในเรือนเพาะชำ ในบริเวณบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่หมู่ 16 บ้านห้วยเจริญ ต.หนองไฮ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์อุดรธานี อาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี รุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบเป็นบ้าน 3 หลังอยู่ในรั้วเดียวกัน ที่บ้านหลังสุดท้ายบริเวณเรือนเพาะชำกล้วยไม้ พบญาตินำศพ นางเด่นใจ (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปีเจ้าของบ้านลงมานอนที่พื้น สภาพศพสวมเสื้อยืดลายสีฟ้าขาว กางเกงขาสั้นสีชมพู มีผ้าสีน้ำตาลที่ผู้ตายใช้ผูกคอตัวเองเข้ากับคานเหล็กหลังคาเรือนเพาะชำ มีเก้าอี้พลาสติกสีเขียววางอยู่ปกติ
ส่วนม้านั่งเหล็กสีขาวล้มอยู่ที่พื้น โดยมีลูกสาวผู้เสียชีวิตทราบข่าว ได้วิ่งร้องไห้มาดูศพแม่ พร้อมด้วยสามีชาวต่างชาติและลูกชายฝาแฝดของผู้เสียชีวิต ยืนดูศพด้วยความเสียใจ จากการชันสูตรไม่พบร่องรอยถูกร้าย บริเวณลำคอเขียวช้ำจากการผูกคอ เสียชีวิตมาประมาณ 1-2 ชั่วโมง

นางกุหลาบ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า นางเด่นใจแยกทางกับสามีคนไทย มีลูกผู้หญิง 1 คน ต่อมาได้แต่งงานกับสามีชาวเยอรมันมาแล้ว 17-18 ปี มีลูกด้วยกันเป็นแฝดชาย อายุ 14 ปี ระยะแรกก็รักกันดี สร้างบ้านถึง 3 หลัง และสร้างโรงเรือนปลูกกล้วยไม้ขาย
แต่เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตจับได้ว่าสามีฝรั่งปันใจให้หญิงอื่น แอบไปมีเมียน้อยที่ต่างจังหวัด ทำให้หมดกำลังใจ เลิกทำสวนกล้วยไม้ คิดมากจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ส่วนสามีฝรั่งจะไปมาระหว่าง 2 บ้าน ซึ่งจะมาอยู่กับผู้เสียชีวิตและลูกไม่เกิน 1 เดือน โดยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต แค่มารับผิดชอบในการเลี้ยงดูลูกชาย และส่งเงินให้ใช้จ่ายเท่านั้น แล้วก็กลับไปหาเมียน้อย

พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังหาข้าวให้แม่กิน หลานชายโทรไปบอกว่าแม่ผูกคอตาย ตนจึงรีบมา ก็เห็นน้องเขยฝรั่งกับหลานชายฝาแฝดช่วยกันปั๊มหัวใจน้องสาว แต่ก็ช่วยไม่ได้ และยังไม่ได้ถามว่าใครเป็นคนตัดเชือกลงมา จากนั้นก็รีบโทรไปบอกญาติ สามีฝรั่งของน้องสาวเพิ่งเดินทางมาบ้านได้ 2 สัปดาห์
และเมื่อ 2 วันก่อน ผู้เสียชีวิตบ่นกับตนว่าไม่อยากเห็นหน้าสามีฝรั่ง เพราะสามีฝรั่งบ่นว่าหมดเงินซื้อยารักษาน้องสาวของตน ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เดือนละ 5-6 พันบาท ทำให้น้อยใจ และบ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วตนก็ได้แต่ให้กำลังใจ อยากให้สงสารลูกและอยู่เพื่อลูกๆ ก็ไม่คิดว่าน้องสาวจะคิดสั้นผูกคอจบชีวิตจริงๆ

น.ส.มัลติกา (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า แม่ป่วยโรคซึมเศร้ามานานแล้ว เพราะผัวฝรั่งของแม่ไปมีเมียน้อย ตนได้คุยกับแม่ครั้งล่าสุดเมื่อวานนี้ว่าจะมาหาแม่ และแม่บ่นให้ตนฟังว่าไม่อยากอยู่ต่อไปแล้ว ตอนนี้ตนกำลังสร้างบ้านใกล้จะเสร็จแล้ว และมีความคิดว่าจะเอาแม่ไปอยู่ด้วยกัน ไม่คิดว่าแม่จะมาคิดสั้น ตนเคยชวนแม่ไปอยู่ด้วย แต่แม่ก็ไม่ยอมไป เพราะอยากอยู่บ้านตัวเองและห่วงบ้าน ตนอยากบอกแม่ว่า ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ตนจะดูแลน้องๆเอง
ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตเครียดเรื่องสามีปันใจให้หญิงอื่น จนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เมื่อสามีกลับมาบ้าน ก็มีปากเสียงทะเลาะกัน ทำให้เกิดอาการน้อยใจ และเคยบ่นว่าอยากตายประจำ กระทั่งวันนี้ได้คิดสั้นผูกคอจบชีวิตตัวเองเพื่อประชดสามี ขณะที่ญาติไม่ติดใจในสาเหตุ จึงมอบศพให้นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป




