ง้อแฟนไม่สำเร็จ หนุ่มควักปืนยิงดับก่อนหนีไปปลิดชีพตัวเอง

แฟนสาวพยายามตีตัวจาก หนุ่มร้านสะดวกซื้อพกปืนไปของ้อแต่เคลียร์ใจกันไม่สำเร็จ ชักปืนยิงสาวดับก่อนหนีไปปลิดชีพตัวเอง เสียชีวิต 2 ศพ เซ่นรักเป็นพิษ
(23 ก.ย. 66) ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีการยิงกันย่านซอยหทัยราษฏร์ 37 และ ซอยหทัยราษฏร์ 28 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จึงเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมฝ่ายสืบสวนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ที่เกิดเหตุที่แรกอยู่บริเวณลาดจอดรถจักรยานยนต์ของร้านฟาสต์ฟู้ดชื่อดังติดกับซอยหทัยราษฏร์ 37 พบศพนางสาวกัญญารัตน์ อายุ 25 ปี พนักงานร้านถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดบริเวณศีรษะ 1 นัด นอนจมกองเลือดในบริเวณดังกล่าว ข้างศพพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นสกู้ปปี้ สีฟ้าไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
จากการสอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานผู้เสียชีวิต ได้เล่าเพียงสั้นๆ เพราะอยู่ในอาการตกใจ ว่า ผู้เสียชีวิตได้เคยเล่าว่าพยายามเลิกรากับแฟนหนุ่มซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีแฟนใหม่ แต่ตนเองก็ยังเห็นผู้ก่อเหตุขับรถจักรยานยนต์มาส่งอยู่บ่อยครั้ง และไม่เคยมีการทะเลาะเบาะแว้งแต่อย่างใด จนวันนี้ประมาณ 07.30 น. ตนเองได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด บริเวณข้างร้านจึงออกมาดูได้พบว่า นางสาวกัญญารัตน์ ถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว
ต่อมา ที่ภายในซอยหทัยราษฏร์ 28 บริเวณข้างพงหญ้า พบศพนายวศินทร์ อายุ 33 ปี นอนเสียชีวิตโดยมีอาวุธปืน ไทยประดิษฐ์ ข้างกันมีรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสกู้ปปี้ สีแดง จอดอยู่ จากการสอบถามเบื้องต้นพ่อเลี้ยงของนายวศินทร์ ผู้ก่อเหตุ ได้เล่าว่า นายวศินทร์ ทำงานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง และเป็นแฟกันกับ น.ส.กัญญารัตน์
ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นทั้งคู่มีปากเสียงหรือทะเลาะอะไรกัน ลูกชายตนเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่เวลาโมโหจะโมโหร้าย แต่ก็ยังไม่เคยเห็นทะเลาะกันแบบหนักหน่วงอะไร ที่พอทราบข่าวคือ เมื่อประมาณอาทิตย์ก่อน น.ส.กัญญารัตน์ ได้กลับไปหาแม่ที่บ้านต่างจังหวัด หลังจากกลับมากรุงเทพได้ 3 วัน ก็ไปนอนบ้านเพื่อนไม่มานอนที่บ้านตนเองอย่างเคย จนกระทั่งมาเกิดเหตุขึ้น
พ.ต.อ.ยิ่งยศ ฉลาดปรุ ผกก.สน.นิมิตรใหม่ กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อญาติฝ่ายหญิงได้เพราะอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการ ส่วนที่ได้สอบปากคำเพื่อนของนางสาวกัญญารัตน์ และญาตินายวิศินทร์ ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า นางสาวกัญญารัตน์ นั้นได้เลิกรากับผู้ก่อเหตุและพยายามตีตัวออกห่าง ซึ่งทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจและเกิดอาการหึงหวง และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์ รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้ง รวมถึงผลชันสูตรจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ อีกครั้ง




