ฆ่าทุบหัวทิ้งน้ำ อ้างแค้นโดนขโมยเงิน

พบศพชาย 63 ปี โดนทุบกระโหลกยุบแขนหักทิ้งน้ำลอยขึ้นอืด เจ้าหน้าที่ตามจับผู้ก่อเหตุพบเป็นเพื่อนกัน อ้างแค้นโดนขโมยเงิน
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม 2566 ร.ต.อ.ชนาธิป โอ่งเคลือบ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งจาก นายสกุล เกตุศิริ ผู้ช่วยผู้ใหญบ้าน ม.8 บางขันแตก ว่าพบศพลอยน้ำในคลองเก่าวัดคู้ ม.4 ต.บางขันแตก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จึงไปตรอจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม
ที่เกิดเหตุ เป็นคลองกว้างประมาณ 3 เมตร บริเวณริมคลอง พบศพนายไชยวัฒน์ ขุนแผน อายุ 63 ปี ชาว ต.ท้ายหาด อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม สวมเสื้อสีดำ นุ่งกางเกงยีน ไม่สวมรองเท้า นอนคว่ำหน้าขึ้นอืด สภาพศพโหนกแก้มซ้ายฟกช้ำจากการโดนของแข็งกระแทก กลางศรีษะเป็นแผลฉีกขาด รูปดาวกระจาย ลึกถึงกะโหลก รอบศีรษะฉีกขาดเป็นบาดแผลฉกรรจ์ 4 แผล แขนซ้ายท่อนล่างหัก นิ้วชี้มือซ้ายหัก ตามร่างกายมีรอยฟกซ้ำทั่วร่าง
ต่อมา พล.ต.ต.สมภพ คูหาวิชานันท์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสงคราม , พ.ต.อ.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม และชุดสืบสวนเมืองสมุทรสงคราม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดพบศพ ยืนยันการตรวจสอบ ไม่พบผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเป็นคนสติไม่ดี เร่ร่อนไร้บ้าน ใช้ศาลาที่พักผู้โดยสารข้างวัดคู้ธรรมสถิตติ์เป็นที่พักอาศัย มักก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นประจำ
นายจำลอง นาควิมล อายุ 57 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า นายไชยวัฒน์ ผู้ตาย พักอาศัยกับนายณรงค์เดช สุริยะ อายุ 40 ปี ชาว ต.บางขันแตก และทะเลาะกันเป็นประจำ ล่าสุดเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 27 ธันวาคม 2566 ได้ยินเสียงทะเลาะกันอีกครั้ง มีบางช่วงได้ยินเสียงว่า “แขนกูหักแล้วๆ” และเสียงทะเลาะของทั้งคู่ก็เงียบลงในเวลาประมาณ 02.00 น. คืนเดียวกัน ไม่คิดว่าจะโดนทำร้ายจนเสียชีวิต เพราะชาวบ้านได้ยินคู่นี้ทะเลาะกันเป็นเรื่องปกติ แถมยังกินนอนอยู่ด้วยกันอีกด้วย
จากการสอบสวนเบื้องต้น สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นนายณรงค์เดช ภายหลังจากเก็บศพนายไชยวัฒน์ ส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช จ.นครปฐม ตำรวจนำกำลังชุดสืบสวนออกค้นหา พบว่า นายณรงค์เดช หนีเข้าไปในป่าข้างวัด แอบไปพักอาศัยในบ้านร้างกลางสวนสวนมะพร้าว พื้นที่ ม.4 ต.บางขันแตก เจ้าหน้าที่จึงไล่ล่ากดดัน กระทั่งจับกุมตัวได้ นำไปสอบสวนที่ สภ.เมืองสมุทรสงคราม

นายณรงค์เดช รับสารภาพว่าก่อเหตุจริง เนื่องจาก ผู้ตายขโมยเงินไปก่อนจึงทะเลาะมีปากเสียงกัน และผู้ตายเป็นผู้เริ่มใช้ไม้ตีตนก่อน ตนจึงแย่งไม้มาตีกลับคืน แต่จำไม่ได้ว่าตีไปกี่ครั้ง ก่อนที่ผู้ตายจะหนีลงคลองไปเอง ตนก็ไม่ได้สนใจ แต่กลัวจะถูกตำรวจจับจึงหลบหนี ก่อนมาถูกจับกุมตัว
ตำรวจแจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และจะสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




