คืบหน้า! สาวอุดรฯที่หลอกหนุ่มชัยภูมิรักก่อนเชิดรถขับหนี ญาติวอนให้นำรถมาคืนจะได้ไม่ถูกดำเนินคดี

คืบหน้าสาวอุดรฯหลอกหนุ่มชัยภูมิรักก่อนเชิดรถขับหนี ญาติวอนให้นำมาคืนจะได้ไม่ถูกดำเนินคดี ขอทำอะไรให้นึกถึงลูก เผยผู้ก่อเหตุเป็นหม้ายลูก 1 ได้สามีใหม่อยู่ที่พะเยาลูก 2 คน ส่วนครอบครัวขายบ้านย้ายไปชลบุรีเป็น 10 ปีแล้วแต่ยังไม่แจ้งย้ายออก
จากกรณี นายบัญชา ศรีบุญรอด อายุ 47 ปี ชาว อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ขึ้นโรงพักแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.พันทิวา เวียงนนท์ อายุ 33 ปี ชาว อ.เมืองอุดรธานี หลังคบหาดูใจกัน 2 สัปดาห์ ก่อนชวนกันไปดาวน์รถกระบะ โตโยต้า เพื่อจะใช้ค้าขายสร้างอนาคต แต่หลังจากมอบรถเสร็จ แฟนสาวกลับแย่งเอากุญแจรถขับหลบหนีไป แถมยังติดต่อไม่ได้ จึงไปแจ้งตำรวจที่ สภ.เมืองชัยภูมิ ให้ช่วยติดตามรถคืนมาให้ด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อบ่ายวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 2 บ้านหนองตูม ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี พบนางสมหมาย อักษรกลาง อายุ 65 ปี ญาติของ น.ส.พันทิวา หรือ เอ เล่าว่า แม่ของ น.ส.เอ ได้พาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่ จ.ชลบุรี มากกว่า 10 ปีแล้ว โดยขายบ้านที่อุดรธานี แต่ยังไม่แจ้งย้ายออกทะเบียนราษฎร์ ส่วน น.ส.เอ เคยแต่งงาน มีลูก 1 คน แต่สามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เมื่อ 4 ปีก่อน ครอบครัว น.ส.เอ เดินทางมาร่วมงานศพของคุณตา จึงทราบว่า น.ส.เอ มีสามีใหม่เป็นชาวพะเยา และมีลูกด้วยกัน 2 คน จากนั้นก็ไม่พบกันอีกเลย

นางสมหมาย เล่าต่อว่า เช้าวันนี้(24 พ.ย.66) ได้มีตำรวจมาพร้อมกับนายบัญชา ผู้เสียหาย มาที่บ้านและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งตนก็ได้บอกนายบัญชาไปว่า ครอบครัวนี้ย้ายไปอยู่ จ.ชลบุรี ส่วน น.ส.เอ มีสามีอยู่ที่ จ.ลำพูน ไม่ได้กลับมาเยี่ยมญาติที่อุดรธานีหลายปีแล้ว ซึ่งนายบัญชา มีท่าทีน่าสงสารมาก
หาก น.ส.เอ ทำเพียงคนเดียว ก็น่าจะนำรถมาคืนแล้ว ตนเกรงว่าจะทำกันเป็นแก๊ง หรือเป็นขบวนการ จึงไม่ยอมเอารถมาคืน และหลังจากรู้ว่า น.ส.เอ ไม่ได้ขับรถกระบะมาที่อุดรธานี นายบัญชาก็รีบกลับไปที่ จ.ชัยภูมิ ทันที
“ในฐานะญาติ อยากฝากถึงน้องเอ ถ้าเอารถเขาไปก็เอามาคืนเขา เพราะเขาจะไม่แจ้งความดำเนินคดี ถ้าเอารถมาคืน ก็จะไม่เอาเรื่องจะยุติแค่นี้ เพราะจะได้เอารถคืนโชว์รูม ทำอะไรให้คิดถึงลูก พ่อแม่ก็เป็นทุกข์ ถ้าถูกดำเนินคดี ก็จะไม่มีใครดูแลลูก”

ส่วน น.ส.สาวิตรี เทิมสูงเนิน อายุ 30 ปี ญาติ น.ส.เอ อีกคน เล่าว่า ตนได้สอบถามนายบัญชาว่า ไปรู้จักกับ น.ส.เอ ได้อย่างไร ซึ่งนายบัญชาก็เล่าให้ฟังว่า รู้จักและคบหากันได้ 2 สัปดาห์ ก็ตกลงปลงใจอยู่ด้วยกัน น.ส.เอ อยากค้าขาย จึงไปเช่าบูธ ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ และชวนไปดาวน์รถกระบะเพื่อมาค้าขาย ซึ่งนายบัญชาก็นำเงิน 1 แสนบาท ไปดาวน์รถ
หลังจากโชว์รูมส่งมอบรถเสร็จ น.ส.เอ ก็ได้แย่งเอากุญแจ แล้วขับรถออกจากโชว์รูมหนีไปเลย จากการตรวจจีพีเอส พบว่า รถมุ่งหน้ามาทาง จ.ขอนแก่น และถอดจีพีเอสออก จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย




