เปิดขั้นตอนรับตัว "แป้ง นาโหนด" กักโควิด 5 วันก่อนพิจารณาแดนขัง หวั่นเจอโจทก์เก่า

"ผบ.เรือนจำกลางบางขวาง" เปิดขั้นตอนรับตัว "แป้ง นาโหนด" กักโควิด 5 วันก่อนพิจารณาแดนขัง หวั่นเจอโจทก์เก่า
จากกรณีที่กรมราชทัณฑ์ ได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองบังคับการปราบปราม สำหรับภารกิจรับตัวนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ผู้ต้องขังรายสำคัญที่หลบหนีออกจากสถานคุมขัง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 22 ต.ค.66 โดยขอสนับสุนในการจากท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช เพื่อย้ายไปคุมขังยังเรือนจำกลางบางขวาง จ.นนทบุรี ในวันนี้ ( 5 มิ.ย.67) เวลา 09.00 น. โดยขอให้จัดกำลังหนุมานกองปราบฯ พร้อมอาวุธครบมือเป็นชุดควบคุมตัว จำนวน 4 นาย ประกบผู้ต้องหาบนอากาศยานกองบินตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานทหารดอนเมือง ปลายทางเรือนจำกลางบางขวางนั้น
วันนี้ (5 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายยุทธนา นาคเรืองศรี ผบ.เรือนจำกลางบางขวาง ถึงขั้นตอนการรับตัว "แป้ง นาโหนด" ว่า เมื่อนำตัวเข้าสู่เรือนจำกลางบางขวางแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทั่วไป ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการตรวจร่างกายผู้ต้องขังเข้าใหม่และผู้ต้องขังเข้า-ออกเรือนจำ 2561 คือ
เมื่อเรือนจำฯ ได้รับตัวผู้ต้องขังย้ายเข้าใหม่แล้ว ให้เจ้าพนักงานเรือนจำที่รับตัวให้ตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นบุคคลตามชื่อที่ปรากฏในหมายอาญา ที่ระบุให้มีการย้ายตัวมายังสถานคุมขังจริงหรือไม่ หรือเอกสารอันเป็นคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฏหมายหรือไม่ ทั้งการตรวจสอบชื่อนามสกุลและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ต้องขัง ตามที่ปรากฏในบัตรประจำตัวประชาชน และพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องขัง เทียบความถูกต้องกับลายพิมพ์นิ้วมือที่ส่งมา
จากนั้น เมื่อแน่ใจแล้วว่าผู้ต้องขังที่รับตัวมาเป็นบุคคลตามหมายอาญา หรือเอกสารคำสั่งฯ ให้ดำเนินการ “จัดทำทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง” ในวันที่รับตัว โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ตือ ชื่อ-นามสกุล ผู้ต้องขัง , เลขประจำตัวประชาชน หรือเอกสารแสดงตนของผู้ต้องขังเท่าที่ทราบ , ข้อหาหรือฐานความผิดที่ผู้นั้นได้กระทำ , พิมพ์ลายนิ้วมือ หรือสิ่งแสดงลักษณะเฉพาะของบุคคลและตำหนิรูปพรรณ , สภาพร่างกายและจิตใจ ความรู้ความสามารถ

นายยุทธนา ระบุด้วยว่า เมื่อจัดทำทะเบียนประวัติผู้ต้องขังเสร็จสิ้นแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจค้นตัวและสัมภาระ ถัดไปจะเข้าสู่ขั้นตอนการคัดกรองโรค โดยเจ้าหน้าที่พยาบาล หรือผู้ที่ผ่านการอบรมด้านงานพยาบาลของเรือนจำฯ ดำเนินการตรวจสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้ต้องขังและสอบถามเรื่องโรคประจำตัว ยารักษาโรคต่าง ๆ อีกทั้งจะมีการบันทึกรายงานเกี่ยวกับบาดแผล หรืออาการเจ็บป่วยของผู้ต้องขังก่อนเข้าเรือนจำฯ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อใช้ยืนยันว่า ผู้ต้องขังได้มีลักษณะบาดแผลหรืออาการเจ็บป่วย มาก่อนที่จะเข้าไปในเรือนจำหรือไม่ และผู้ต้องขังจะต้องเซ็นชื่อกำกับการบันทึกดังกล่าวด้วยตัวเอง เพื่อตรวจสอบว่า ข้อความดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง
สุดท้าย ผู้ต้องขังจะถูกแยกไปทำการกักโรคโควิด-19 ที่ห้องกักโรคของสถานพยาบาลภายในเรือนจำฯ ระยะเวลา 5 วัน เนื่องจาก นายเชาวลิต เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเชีย และก่อนหน้านี้ก็มีการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ
ส่วนระหว่างการกักโรค(ห้องเดี่ยว) จะไม่ได้อยู่ร่วมกับผู้ต้องขังใหม่ เพราะเรือนจำกลางบางขวาง เป็นเรือนจำความมั่นคงสูง ไม่ค่อยมีการรับตัวผู้ต้องขังใหม่รายวัน เว้นแต่ในวันนั้นจะมีผู้ต้องขังโทษประหารชีวิตย้ายมา จากนั้น เมื่อกักโรคโควิด-19 ครบกำหนดระยะเวลา ไม่พบว่ามีเชื้อโควิด-19 ทางคณะทำงาน นำโดยผู้บัญชาการสถานการณ์ที่มี นายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน จะพิจารณาว่าควรนำตัวนายเชาวลิตไปคุมขังยังแดนขังใด

นายยุทธนา เผยด้วยว่า ประการสำคัญที่จะแยกคุมขังนายเชาวลิตไปยังแดนใดนั้น คณะทำงานโดยนายณรงค์ และในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์ จะมีการพิจารณาร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ เนื่องจาก เรือนจำกลางบางขวาง เป็นเรือนจำความมั่นคงสูง มีการรับตัวผู้ต้องขังอัตราโทษสูง คดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรงจากทั่วประเทศมาอยู่ที่นี่ จึงยังไม่สามารถสรุปผลในตอนนี้ได้ว่า นายเชาวลิตจะถูกคุมขังแดนใด
อีกทั้งเจ้าตัวมีการพัวพันหลายคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีพยายามฆ่า คดีต่อสู้ขัดขืนเจ้าพนักงาน คดีทำร้ายร่างกายผู้อื่น คดีหลบหนีออกจากสถานคุมขัง และคดียาเสพติด ซึ่งเป็นหลักการปกติที่เรือนจำฯ จะต้องตรวจสอบว่า ภายในมีโจทก์หรือเครือข่ายเก่าหรือไม่ อย่างกรณีผู้ต้องขังบางรายเคยไปข้องเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวของผู้ต้องขังอื่นๆในแดนมาก่อน (ชู้สาว) หรือเคยไปมีเหตุเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมาก่อน ทั้งจี้ จับ ปล้น บังคับขืนใจ จึงเป็นเหตุให้ต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาพอสมควร




