ศึกสายเลือด! น้องยิงพี่ชาย-พี่สะใภ้ดับ หลังพ้นคุกมา 2 เดือน ปมข้อพิพาทเก่า

ศึกสายเลือด! น้องยิงพี่ชาย-พี่สะใภ้ดับ หลังพ้นคุกมา 2 เดือน ปมข้อพิพาทเก่า

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 11 ธ.ค.66 ร.ต.อ.กฤตณัฐ รัตนกุสุมภ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันจนมีมีผู้เสียชีวิต 2 ราย บริเวณภายในตลาดนัดเขางู (วัดราชสิงขร) หมู่ 2 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี
ที่เกิดเหตุศพ นายสำรวย อายุ 63 ปี นอนหงายเสียชีวิตข้างแผงไข่ จำนวน 2 แผง มีรอยถูกอาวุธปืนยิงที่บริเวณขมับซ้าย 2 นัด แขนซ้าย 4 นัด และสะบักหลัง 3 นัด รวมทั้งหมด 9 นัด ส่วนบริเวณพื้นพบปลอกกระสุนขนาด .38 จำนวน 10 ปลอก
ห่างออกไป 50 เมตร บริเวณภายในบ้าน ซึ่งเปิดเป็นร้านค้าขายของชำและร้านขายอาหารตามสั่ง พบศพ นางประทัป อายุ 59 ปี นอน หงายเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้นข้างร้าน มีรอยถูกอาวุธปืนยิงที่บริเวณศรีษะ 1 นัด หน้าอก 1 นัด และหน้าท้อง 2 นัด ส่วนบริเวณที่พื้นร้านยังพบปลอกกระสุนขนาด .38 จำนวน 5 ปลอก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดนัด ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายนพพร อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นน้องชายคนเล็กของ นายสำรวย -ผู้เสียชีวิต และเป็นน้องสามีของ นางประทับ -ผู้เสียชีวิต ซึ่งทั้งหมดมีปัญหาเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับที่มรดกที่ดิน ซึ่งสร้างเป็นห้องน้ำแบบเก็บเงินข้างตลาดนัด โดยหลังก่อเหตุทาง จนท.ตำรวจ ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้พร้อมอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองราชบุรี
ขณะที่ นายกมล (นามสมมุติ) ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นพี่น้องกันทั้งหมด ได้มีปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและเรื่องแบ่งเงินห้องน้ำจนมีปากเสียงกันมาโดยตลอด จนนายรุณ ซึ่งเป็นสามีของ นางประทับ -ผู้ตาย และเป็นน้องชายคนรองของ นายสำรวย -ผู้ตาย ได้ทะเลาะกับ นายนพพร(ผู้ก่อเหตุ) ถึงขั้นใช้อาวุธมีดพร้าฟันเข้าที่หน้าของผู้ก่อเหตุ ทำให้ตาข้างซ้ายบอดมองไม่เห็น ทำให้นายรุณ ถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่าและต้องชดใช้เงินค่าเสียหาย ให้กับน้องชายคนเล็กคือผู้ก่อเหตุในครั้งนั้น
แต่นายรุณติดจำคุกได้ไม่นาน น้องชายคนเล็กก็ถูกจำคุกจนมาพ้นโทษเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เมื่อพ้นโทษออกมาได้ขู่อาฆาตพี่น้องและครอบครัวว่า จะฆ่าให้ตายให้หมดบ้าน ต่อมาศาลมีคำสั่งให้ครอบครัวของนายรุณ ชดใช้ค่าเสียหายให้กับน้องชายคนเล็กผู้ก่อเหตุ เป็นจำนวนเงิน 70,000 บาท ซึ่งผู้ก่อเหตุนำเงินดังกล่าวไปซื้อปืนมาเก็บไว้ ก่อนจะมาก่อเหตุยิงพี่ชายตนเองเสียชีวิตคาตลาดนัด และยิงพี่สะใภ้เสียชีวิตคาบ้านพัก
นาทีลงมือสังหาร:
ขณะที่ นายตั้ม -พ่อค้าขายของตลาดนัดอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้เห็นผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นน้องชายผู้ตาย มายืนดักรอผู้ตายอยู่ภายในตลาดนัด โดยผู้ตายกำลังเดินกลับจากมาซื้อไข่ไก่ เมื่อสบโอกาสผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นน้องชายผู้ตาย ได้เดินถือปืนเข้ามาจ่อยิงที่บริเวณศีรษะผู้ตายหลายนัด ก่อนจะเปลี่ยนลูกปืน และจ่อยิงผู้ตายซ้ำจนมั่นใจว่าตายสนิท จึงรีบเดินไปที่ร้านของผู้ตาย ก่อนก่อเหตุยิงพี่สะใภ้ซึ่งเป็นภรรยาของพี่ชายอีกคนที่เคยมีเรื่องทะเลาะกัน และใช้มีดพร้าฟันหน้าผู้ก่อเหตุจนตาข้างซ้ายบอด ก่อนทาง จนท.ตำรวจที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เข้ามาระงับเหตุและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้
ส่วนชาวบ้านที่อยู่ใกล้ร้านบอกว่า เห็นผู้ก่อเหตุจ่อยิง นางประทับ ผู้ตายจนเสียชีวิต ซึ่งขณะนั้นพูดตายได้พยายามร้องขอชีวิต แต่ผู้ก่อเหตุก็ไม่สนใจจ่อยิงผู้ตายจนเสียชีวิต แถมยังพูดว่า "วันนี้ยังไงพวกมึงก็ต้องตาย"
ขณะเดียวกันเวลา 19.20 น. จนท.ตำรวจ ได้นำตัว นายนพพร มาจากโรงพยาบาลราชบุรีหลังจากพาตัวไปเย็บแผลคิ้วแตก 3 เข็ม หลังบาดเจ็บจากการชกต่อยกับชาวบ้านเข้าไปแย่งปืนที่ตลาดนัด เมื่อนำตัวมาถึง สภ.เมืองราชบุรี นายนพพร ไม่พูดจาอะไร บอกเพียงตำรวจว่า "ให้รีบพาเข้าห้องขังเลย"

คุมตัวผู้ก่อเหตุ
เมื่อทีมข่าวถามว่า อยากพูดอะไรไหม นายนพพร ยกมือขวาขึ้นมาโบกคล้ายว่าไม่ต้องการพูดอะไร ซึ่ง นายนพพร ยังขอใช้สิทธิไม่ประสงค์ไม่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพอีกด้วย โดยจากการสังเกตุของผู้สื่อข่าว พบนายนพพร ปิดตาข้างซ้ายเพราะตาบอดจากการที่นายอรุณพี่ชายอีกคนใช้มีดฟันเมื่อปี 64
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ทำบันทึกที่เกิดเหตุ พร้อมเรียกสอบปากคำพยานบุคคลทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ตลอดจนเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนสอบปากคำผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




