ปล่อยเช่าบ้านถูกยึด เรียกมัดจำ 1.2 หมื่น เหยื่อเพียบเกือบ 20 ราย

ข่าวเวิร์คพอยท์
ปล่อยเช่าบ้านถูกยึด เรียกมัดจำ 1.2 หมื่น เหยื่อเพียบเกือบ 20 ราย

สาวแสบบ้านถูกธนาคารยึดแล้วยังเอามาปล่อยเช่า เก็บค่ามัดจำก่อน 12,000 บาท พอเหยื่อจ่ายแล้วถึงรู้ว่าติดธนาคารย้ายเข้าอยู่ไม่ได้ พบผู้เสียหายแล้วเกือบ 20 ราย เตรียมรวมตัวแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน

(16 ก.ย. 66) น.ส.สุภัสสร อายุ 54 ปี และ น.ส.แพรตะวัน อายุ 36 ปี ผู้เสียหาย ได้นำผู้สื่อข่าวไปดูบ้านเลขที่ 333/109 อยู่ในหมู่บ้านเดอะเฮ้าส์เรสซิเด้นท์ ม.6 ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยเป็นบ้านเดี่ยว 1 ชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่ทั้งคู่ถูก น.ส.ณัฐมา อายุ 39 ปี หลอกให้มาเช่าบ้านหลังนี้ โดยให้โอนเงินค่ามัดจำ และค่าเช่าล่วงหน้าไปกว่า 12,000 บาท ก่อนที่จะทราบภายหลังว่าบ้านหลังนี้ถูกกรมบังคับคดีประกาศยึดเป็นของธนาคาร ทำให้ไม่สามารถเข้ามาอยู่ได้ โดยมีผู้เสียหายจำนวนมากเกือบ 20 ราย รวมตัวกันในโซเชี่ยล แชร์เรื่องราวการถูก น.ส.ณัฐมา หลอก มีผู้เสียหายเป็นเงินตั้งแต่หลักหลายพัน จนถึงหลักหมื่นบาท

น.ส.สุภัสสร หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ตนเองกับลูกสาวได้ค้นหาบ้านเช่าในโซเชี่ยล และไปพบข้อความประกาศให้เช่าบ้านหลังนี้ ในกลุ่มเฟซบุ๊ก “บ้านเช่าโคราช” โดย น.ส.ณัฐมา ได้โพสต์ภาพหน้าบ้าน และรายละเอียดว่า ให้เช่าบ้านหลังนี้ในราคาเดือนละ 5,500 บาท ทำสัญญา 1 ปี จ่ายล่วงหน้า 12,000 บาท เข้าอยู่ได้ทันที

ตนเองจึงสนใจและทักไปแชทส่วนตัว ซึ่งต่อมาก็ได้มีการนัดดูบ้าน โดย น.ส.ณัฐมา ได้เปิดประตูให้เข้าไปดูว่ามีเฟอร์นิเจอร์ มีแอร์ และอื่นๆ อย่างไรบ้าง จนเป็นที่พอใจทั้ง 2 ฝ่าย จึงตกลงกันว่าจะมาทำสัญญาเช่ากันในวันที่ 1 ก.ย. เพื่อที่ตนเองจะได้เข้าอยู่ได้ในวันที่ 7 ก.ย.

แต่ต่อมา น.ส.ณัฐมา ก็บ่ายเบี่ยง บอกว่าทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี ไม่น่าจะกลับมาทัน และมีการขอเบิกเงินล่วงหน้าไปก่อน 3,000 บาท จนกระทั่งถึงวันที่ 1 ก.ย.ก็นัดกันไปทำสัญญาเช่าที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ซึ่ง น.ส.ณัฐมา ก็ขอเบิกอีก 3,500 บาท ตนเองก็ให้ หลังจากนั้นก็มีการขอเบิกเงินค่าต่างๆ เรื่อยมา เช่า ค่าเปลี่ยนแอร์, ค่าช่างซ่อมแซมบ้าน เป็นต้น จนกระทั่งขอเบิกเงินทั้งหมด และยังยืมเงินไปอีก รวม 14,000 บาท แต่ตนเองก็ยังไม่สามารถเข้าไปอยู่ในบ้านได้

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 ก.ย. น.ส.ณัฐมา ก็โทรมาบอกว่า ขอยืมเงินอีก 14,000 บาท เพื่อที่จะไปจ่ายค่าทำมิเตอร์น้ำ เพราะทุกอย่างทำครบแล้วเหลือแต่มิเตอร์น้ำอย่างเดียว ตนเองก็บอกว่าไม่มีเงินแล้ว ตนเองจึงรู้สึกเอะใจ และอยากขอเงินคืนทั้งหมด แต่ก็ถูกท้าทายว่าให้ไปแจ้งความสู้คดีเอาเอง ทำให้ตนเองรู้สึกเสียใจมาก

จึงได้ไปค้นหาข้อมูลของบ้านหลังนี้ และพบข้อมูลว่าบ้านหลังนี้มีชื่อของชายอีกคนเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเจ้าของบ้านถูกฟ้องล้มละลาย และ น.ส.ณัฐมาฯ เป็นแค่ผู้อยู่อาศัย โดยบ้านหลังนี้ถูกกรมบังคับคดีสั่งยึดให้เป็นของธนาคารแล้วตั้งแต่ปี 61 และทราบอีกว่า น.ส.ณัฐมา ได้ใช้บ้านหลังนี้หลอกหลวงให้คนมาเช่าลักษณะนี้มาตั้งแต่ปีนั้น แต่พอมีผู้เสียหายไปคอมเม้นท์ในโซเชี่ยล น.ส.ณัฐมา ก็แคปข้อความไปฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งมีผู้เสียหายถูกฟ้องหมิ่นประมาทไปแล้วหลายราย

นอกจากนี้ยังมีการไปเช่าบ้านอีกหลัง แล้วนำมาปล่อยต่อให้ผู้เสียหายอื่นๆ อีก โดยมีผู้เสียหายนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษา และคนต่างจังหวัดที่มาทำงานใน จ.นครราชสีมา ซึ่งหลายคนไม่ได้แจ้งความ และมีบางคนแจ้งความไว้แล้ว แต่คดีไม่คืบ เพราะเป็นคดีแพ่ง ยอมความกันได้ และมีอายุความแค่ 1 ปี

แต่จากพฤติกรรมแล้ว ควรที่จะเป็นคดีอาญา และคดีฉ้อโกงประชาชน เพราะมีการนำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และมีผู้ถูกหลอกลวงเป็นจำวนมาก ซึ่งตอนนี้กำลังรวบรวมผู้เสียหายกันได้จำนวน 16 คนแล้ว เพื่อเตรียมที่จะเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ณัฐมา ให้ถึงที่สุดต่อไป

ด้าน น.ส.แพรตะวัน ผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือน ก.ย. 65 ตนเองติดต่อขอเช่าบ้านกับ น.ส.ณัฐมา จากกลุ่มเฟสบุ๊ค “บ้านเช่าโคราช” โดยถูกขอเบิกเงินล่วงหน้าเรื่อยมา หมดเงินไปกว่า 10,000 บาท จนถึงช่วงเดือน ต.ค. 65 ตนเองได้เข้ามาดูบ้าน เพื่อเตรียมที่จะเข้ามาอยู่ตามกำหนดวันที่ 1 พ.ย.65 แต่ รปภ.ของหมู่บ้านบอกว่าบ้านหลังนี้เข้าอยู่ไม่ได้ เพราะถูกธนาคารยึดไว้แล้ว ซึ่ง รปภ.ก็บอกว่ามีคนถูกหลอกลักษณะนี้มาร้องเรียนหลายคนแล้ว

หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อ น.ส.ณัฐมา ได้ เพราะถูกบล็อกทุกช่องทาง ตนเองจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธิ์กลาง แค่คดีก็ยังไม่คืบ จนมาทราบว่ามีผู้เสียหายหลายคน ที่ถูก น.ส.ณัฐมาฯ หลอกลักษณะนี้ ตอนนี้เงินที่เสียไปไม่อยากได้แล้ว แต่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้ไปหลอกลวงเหยื่อรายอื่นอีก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง