รพ.รับจ่ายยาผิดจริง ขนาดนี้อยู่ในระหว่างการสอบบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ หากมีความผิดจริงจะมีโทษทางวินัยสูงสุดคือไล่ออก

รพ.รับจ่ายยาผิดจริง ขนาดนี้อยู่ในระหว่างการสอบบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ หากมีความผิดจริงจะมีโทษทางวินัยสูงสุดคือไล่ออก

ผอ.รพ.ชี้แจง ยอมรับจ่ายยาผิดจริงขนาดนี้อยู่ในระหว่างการสอบบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ หากมีความผิดจริงจะมีโทษทางวินัยสูงสุดคือไล่ออก

(8 ธ.ค.66) เมื่อเวลา 14.00 น. นางสาวสุพัตรา อายุ 25 ปี แม่ของเด็กผู้เสียหายได้เดินทางมาที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมกับ น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ ประธานกลุ่มเป็นหนึ่ง เพื่อมาขอตัวยาที่จ่ายป้อนให้เด็กในวันเกิดเหตุไปตรวจสอบเพิ่มเติ่ม 

โดย นพ.วันฉัตร ชินสุวาเทย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางจาก ขออนุญาตชี้แจงว่า หลังจากที่ทางรพ.รับทราบข้อมูลก็ได้มีการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น และได้ดูใบสั่งยาจากแพทย์ รวมถึงมีการรวบรวมข้อมูล ตั้งแต่ผู้ป่วยเดินทางเข้ามารับการรักษา ก่อนจะมีการส่งต่อ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้จะทำการรวบรวมส่งให้ทางจังหวัด ก่อนจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบ 

ในส่วนประเด็นตัวยาที่ให้เด็กกิน นั้น ทางตนยอมรับว่า เป็นตัวยาไตรคลอโรอะซิติก (TCA) ที่ใช้จี้ก้อนเนื้อ ซึ่งเป็นยาใช้ภายนอก 

มีฤทธิ์เป็นกรด ไม่ตรงกับตัวยาที่แพทย์สั่ง โดยก่อนหน้านี้แพทย์ได้สั่งยาที่มีชื่อว่า คลอรอลไฮเดรต เป็นยาช่วยให้นอนหลับ ใช้กับเด็กอายุสองปีขึ้นไป ซึ่งเป็นตัวยาที่มีสีคล้ายกลับยา “TCA” 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนว่า เกิดข้อผิดพลาดในกระบวนการใดในระหว่างจัดยา โดยยันยันว่า ยาประเภทใช้ภายนอกมีฤทธิ์เป็นกรดนั้นจะถูกแยกกับยาที่ใช้ภายในอย่างชัดเจน จากนี้ข้อมูลทั้งหมดทางโรงพยาบาลจะส่งให้กับทางจังหวัด ทำการตรวจสอบอีกครั้ง หากพบว่า ทางเจ้าที่ของโรงพยาบาลมีความบกพร่องจริงก็จะถูกดำเนินการ ตามระเบียบราชการโทษสูงสุดคือไล่ออก เบื้องต้นได้มีการสั่งพักงาน เจ้าหน้าที่จ่ายยาคนดังกล่าวจนกว่ากระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้น 

ในส่วนของการเยียวยา ทางโรงพยาบาลยินดีจะดูแลในเรื่อง ของการรักษาและบริการอย่างเต็มที่ ซึ่ง ณ ตอนนี้บุคลากรในโรงพยาบาลก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ภายหลังที่มีการแถลงคำชี้แจงทางครอบครัวของเด็กได้มีการพูดถึงอาการของน้อง 1 ขวบ 4 เดือน ว่าอาการล่าสุดจากทีมแพทย์โรงพยาบาลรามา แจ้งว่ามีอาการไข้ขึ้น เพิ่มสายในจมูกซึ่งทางครอบครัวก็ยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัดว่าเป็นสายอะไร นอกจากนี้น้องยังต้องเจาะคอ เพื่อให้สารอาหารผ่านเส้นเลือดดำ และที่น่ากังวลที่สุด คือ บริเวณกระเพาะอาหารแพทย์แจ้งว่า มีความเสี่ยงที่จะทะลุจากพิษของตัวยาที่มีฤทธิ์เป็นกรด จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางครอบครัวยอมรับว่าสภาพจิตใจค่อนข้างย่ำแย่ และต้องการให้ทางโรงพยาบาลนำบุคลากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกมาพูดคุยกัน โดยเฉพาะทีมเภสัชกรที่เป็นคนจ่ายยา และพยาบาลที่อยู่ในรถพยาบาลที่พยายามบังคับแม่เด็กป้อนยาให้เด็กกินให้ครบทั้ง 2 ไซริงค์ทั้งๆ ที่น้องมีอาการดิ้นทุรนทุรายตั้งแต่ไซริงค์แลกแล้ว 

นอกจากนี้ ทางด้านเป็นหนึ่ง ได้ประสานงานไปยังกระทรวงสาธารณสุข โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นพ.ทรงคุณวุฒิ ระดับ 11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ประสานงานกับเพจเป็นหนึ่ง เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ จากพ่อและแม่ของผู้เสียหาย และเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดเป็นกรณีเร่งด่วน โดยกระทรวงสาสุขจะเร่งเยียวยาและให้ความช่วยเหลือ ต่อครอบครัวของผู้เสียหายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง