โจ๋ขาสั้นห้าวปาระเบิดปิงปองหน้าโรงเรียนอริ ตำรวจห่วงบานปลาย

โจ๋ขาสั้นห้าวยกพวกปาระเบิดปิงปองหน้าโรงเรียนอริก่อนซิ่งจยย.หนี พบปมบาดหมางโพสต์ข่มขู่กันมีการเผาและเหยียบเสื้อ-กระเป๋าของโรงเรียน ล่าสุดนัดดวลกันที่ตลาดนัด แต่โดนตำรวจตามตัวและเชิญผู้ปกครองมาสงบศึกก่อนบานปลายกว่านี้
เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปบนโลกออนไลน์ว่า เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีนักเรียนจำนวน 10 คนขี่จยย. 5 คัน มาก่อเหตุขว้างปาระเบิดจำนวน 2 ลูก ที่ซอยด้านหลังโรงเรียน และได้ขวางระเบิดอีก 1 ลูกที่มุมประตูหน้าโรงเรียนสระแก้ว พื้นที่เทศบาลเมืองสระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นวงกว้างไปต่างๆนาๆ รวมถึง มีการนัดพบเจอกันที่ตลาดนัดช่วงเย็นวันนี้ (24 พ.ย.) เพื่อจะไปทะเลาะวิวาทกัน
ทั้งนี้มีรายงานอีกว่า ช่วงเวลา 17.30 น.- 18.00 น. เด็กนักเรียนโรงเรียนสระแก้ว ได้พาพวกไปกัน 6 คนขับขี่จยย.3 คัน ไปปาระเบิดที่หน้าโรงเรียนเขามะกา อีกจำนวน 3 ลูกเช่นกัน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ต.ออมสิณ บุญญานุสนธิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว สั่งการให้ พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว ร่วมกับ พ.ต.อ.เอกอนันต์ หูแก้ว ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว นำกำลังตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว , ชุดสืบสวน สภ.เมืองสระแก้ว เร่งคลี่คลายคดีโดยด่วน และเมื่อเวลา 10.00 น. ตำรวจได้เข้าไปเชิญตัวเด็กนักเรียน 11 คน จากบ้านเขามะกา ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว มาที่โรงพัก จากนั้น ก็ได้ไปตามเชิญตัวเด็กนักเรียนอีก 5-6 คนมาจากพื้นที่เขตเทศบาลเมือง และพื้นที่ ต.ศาลาลำดวน นำตัวมาที่โรงพักเช่นกัน
เบื้องต้น พบว่า เด็กนักเรียนทั้งสองกลุ่ม มีอายุตั้งแต่ 13-15 ปีเท่านั้นเอง ตำรวจดำเนินการเพื่อยุติการก่อเหตุไม่ให้บานปลาย จนอาจนำไปสู่การทะเลาะวิวาทที่รุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตเหมือนกับสถาบันในกรุงเทพมหานคร

ความคืบหน้า พ.ต.อ.เอกอนันต์ เปิดเผยว่า กรณีเหตุที่เกิดขึ้นนั้น มีการท้าทายกันบนสื่ออนไลน์เฟซบุ๊ก ระหว่างโรงเรียนสระแก้วกับโรงเรียนเขามะกา โดยเป็นการนำเสื้อและกระเป๋าของโรงเรียนมาเผา และใช้เท้าเหยียบจนนำสู่การท้าทายกัน และเป็นทางเด็กโรงเรียนบ้านเขามะกา ได้นำดินเทาใส่รวมกับหินเกล็ด เพื่อผลิตเป็นระเบิดปิงปอง มาขว้างปาเพื่อให้เกิดเสียงดัง ก่อนหลบหนีไป
ขณะนี้ทางชุดสืบสวนฯ ได้นำตัวคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาครบแล้ว อยู่ระหว่างสอบปากคำพร้อมทั้งเชิญผู้ปกครองและอาจารย์ทั้งสองโรงเรียนมาพูดคุยหาทางออกด้วย
สำหรับมาตรการนั้น ทางสภ.เมืองสระแก้ว ได้มีการสำรวจโรงเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และได้ประชุมคณะครูเพื่อสำรวจนักเรียนกลุ่มเสี่ยง จัดทำบัญชีไว้แล้ว และที่จะทำต่อไปคือ จะให้โรงเรียนของคู่กรณี จัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อลดความขัดแย้ง เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ส่วนทางตำรวจ ได้เพิ่มกำลัง จนท.ตำรวจสายตรวจ เพื่อคอยตรวจค้นโรงเรียนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว กล่าวต่อว่า ในส่วนของตำรวจกำลังสอบสวนปากคำ ความผิดก็จะดูในส่วนที่ทำวัตถุระเบิด ว่าเป็นความผิดขนาดไหน ก็จะดำเนินคดีในส่วนของผู้ที่เป็นคนทำจริงๆ กับคนที่ปาระเบิดจริงๆ และคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ก็คงจะเรียกมาทำการอบรม โดยมีผู้ปกครองซึ่งจะต้องพิจารณาอีกทีว่า มีความผิดเกี่ยวข้องอย่างไร

ในเรื่องพฤติกรรมการเลียนแบบ ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากการเลียนแบบจากโลกโซเชียลด้วยส่วน ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาตรการในการดำเนินการ เกี่ยวกับการป้องกันเหตุประเภทนี้อยู่แล้ว ส่วนของโรงเรียนมีความบาดหมางที่เกิดขึ้นจากสถาบัน ก็จะนำทั้งสองโรงเรียนมาทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง จากนั้นไป เมื่อครู ผู้ปกครองมีความสัมพันธ์อันดี เชื่อว่า อะไรๆก็น่าจะดีขึ้นตามไปด้วย
ด้านนายมานัส กงไกลาส ครูโรงเรียนสระแก้ว กล่าวว่า เรื่องนี้เด็กนักเรียนมีปัญหากันนิดหน่อย มีการท้าทายกันพร้อมกับข่มขู่กันเท่านั้นเอง ซึ่งตนได้ออกไปดูเหตุการณ์ มีลักษณะเหมือนเอาชนวนดินระเบิดปิงปอง มาพันใส่เทปดำแล้วมาขว้างใส่กันที่หน้าโรงเรียน แม้ไม่ค่อยอันตรายเท่าไหร่ แต่ถ้าโดนเต็มๆอาจจะได้รับบาดเจ็บกันบ้าง เพราะเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นที่อื่นเมื่อเร็วๆนี้
ก็อาจจะเป็นการเลียนแบบจากสื่อโซเชียลที่แรงขึ้นเรื่อยๆ หรืออาจะมีคนนอกคอยยั่วยุหรือเปล่า ซึ่งการพูดคุยไกล่เกลี่ยในวันนี้ทางตำรวจให้ผู้ปกครอง ครู และนักเรียนได้มีการพูดคุยกันเพื่อปรับความเข้าใจ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อีก เพราะเป็นพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียงกันทั้งนั้น เด็กเขามะกาก็มาเรียนต่อที่โรงเรียนสระแก้วกันค่อนข้างมาก จึงไม่อยากให้เกิดปัญหาขึ้นอีก





