รวบสาวแสบมหาภัย รับดูแลผู้ป่วยสูงอายุ ลักเอาบัตร ATM แอบถอนเงินออกจนเกลี้ยงบัญชี

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) บุกรวบ สาวแสบมหาภัย อาศัยอาชีพรับดูแลผู้ป่วยสูงอายุ ลักเอาบัตร ATM ผู้สูงอายุ ไปแอบถอนเงินออกจนเกลี้ยงบัญชี มูลค่าความเสียหายกว่า 500,000 บาท
(03 พ.ย.66) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุม น.ส.อุบลรัตน์ฯ หรือ แพร อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับกระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน , ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”
พฤติการณ์ก่อนเกิดเหตุบิดาของผู้เสียหาย อายุ 81 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทางครอบครัวของผู้เสียหายจึงได้จ้างบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการจัดส่งคนมาดูแลคนป่วย โดยจัดส่งคนมาดูแลช่วงประมาณเดือนสิงหาคม 2566 ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้ส่ง น.ส.อุบลรัตน์ฯ หรือ แพร ผู้ต้องหาในคดีนี้มาดูแลบิดาผู้เสียหาย และพักอาศัยอยู่ที่บ้านของผู้เสียหาย
จนกระทั่งเมื่อประมาณวันที่ 19 ตุลาคม 2566 น้องสาวของผู้เสียหายได้นำบัตรเอทีเอ็มของบัญชีเงินฝาก ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากของบิดาผู้เสียหายไปกดเงินสด จำนวน 1,700 บาท เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่าย แต่ปรากฎว่าไม่สามารถถอนเงินได้เนื่องจากมีเงินในบัญชีไม่พอ ทั้งที่ความจริงแล้วเงินในบัญชีเงินฝากมีอยู่ถึงประมาณ 700,000 บาท ทางผู้เสียหายจึงได้แจ้งเรื่องไปยังธนาคารเพื่อขอตรวจสอบ จึงทราบว่าระหว่างเดือนกันยายน 2566 ถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ได้มีรายการเดินบัญชีถอนเงินออกจากบัญชีโดยที่ทางฝ่ายผู้เสียหายและบุคคลในบ้านไม่ได้เป็นผู้ทำการถอนเงิน จึงเชื่อว่าจะต้องมีคนร้ายทำการ
นำบัตรเอทีเอ็มของบิดาผู้เสียหายไปทำการถอนเงิน ทางผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง พร้อมทั้งประสานงาน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ให้ช่วยติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
ต่อมา กก.1 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนทราบว่า ในการกระทำผิดผู้ต้องหาได้ลักเอาบัตรเอทีเอ็มของบิดาผู้เสียหายไปกดถอนเงินและโอนเงินไปยังบัญชีอื่น โดยไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคาร สาขารัชดาภิเษก ห้วยขวาง, สาขา เทียมร่วมมิตร ต่อเนื่องต่างกรรมต่างวาระ เกิดมูลค่าความเสียหายกว่า 5 แสนบาท ซึ่งในการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มนั้น มีภาพจากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของผู้ต้องหาในขณะก่อเหตุไว้ได้ เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ น.ส.อุบลรัตน์ฯ จริง จึงสรุปรายงานการสืบสวนมอบให้พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ประกอบสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ต่อไป จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา
ภายหลังจากศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำหมายจับเข้าทำการจับกุม น.ส.อุบลรัตน์ฯ ที่บ้านของผู้เสียหาย และนำตัวผู้ต้องหามาทำบันทึกการจับกุมที่ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ก่อนจะนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพว่า ตนอยากมีเงินใช้เยอะๆ ประกอบกับตนเคยเล่นพนันออนไลน์แล้วได้ผลตอบแทนดี โดยขณะที่ตนดูแลบิดาผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้สูงอายุป่วยติดเตียงนั้น ตนได้ทราบรหัสผ่านบัญชีธนาคารของบิดาผู้เสียหาย จึงได้กดเงินสดจากบัญชีของบิดาผู้เสียหาย เพื่อนำไปเล่นพนันออนไลน์ ต่อมาตนเล่นพนันเสียอย่างต่อเนื่อง จึงได้ลักลอบเข้าแอปพลิเคชั่นธนาคารดังกล่าว แล้วทยอยโอนเงินเข้าบัญชีเว็บพนัน เพื่อเล่นพนันออนไลน์ จนเงินในบัญชีธนาคารของบิดาผู้เสียหายหมด แต่สุดท้ายเงินที่ตนลักมาเล่นพนันออนไลน์หมดไป เนื่องจากเสียพนัน
เตือนภัย การดูแลญาติผู้ใหญ่ที่เป็นผู้สูงอายุ หากมีความจำเป็นต้องให้บุคคลภายนอกมาช่วยดูแล ลูกหลานต้องช่วยกันสอดส่อง อย่าไว้วางใจบุคคลภายนอก เนื่องจากคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ ยิ่งอยู่ใกล้ชิดคนในครอบครัวมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องระวัง ไม่จดรหัสผ่านเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร ไว้ในที่ที่บุคคลอื่นสามารถมองเห็น หรือ เข้าถึงได้




