โจ๋บางนายกพวกรุมกันยับ เจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย
ท้าตีท้าต่อยกันทางโซเชียล! โจ๋บางนายกพวกรุมกันยับ เจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย กลุ่มผู้ก่อเหตุปิดปากเงียบปมก่อเหตุ อ้างฝ่ายผู้เสียชีวิตเริ่มก่อน
กรณีเยาวชนแทงกันภายในซอยอุดมสุข 26 เจ็บสาหัส 1 ราย และเสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กชายวัย 14 ปี และ 16 ปี ตร.ตามรวบกลุ่มผู้ก่อเหตุ 7 รายทันควัน พบเป็นเยาวชน 4 ราย ผู้ใหญ่อีก 3 ราย คาดปมเหตุมาจากเรื่องผู้หญิง-เขม่นกันไปมา
(07 ก.ค. 67) จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดนายกิตติศักดิ์ ขับขี่รถจักรยานยนต์ของ น.ส.บี อายุ 15 ปี เพื่อนสาว ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุมาเพื่อส่งที่บ้าน โดยมีนายนพนัย ซ้อนท้ายมาด้วย ซึ่งทั้งคู่พกอาวุธมีดกันทั้ง 2 คน เมื่อมาเจอกับกลุ่มของนายภานุพงษ์ หรือ เพชร อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นเด็กเจ้าถิ่นรวมตัวกันอยู่ 7 คน นายนพนัย โชว์อาวุธมีดและตะโกนถามนายแม็ก ซึ่งอยู่ในกลุ่มของนายพายุ เกี่ยวกับเพื่อนสาว
จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนโดยนายพายุ เอาก้อนหินที่อยู่ข้างทางฟาดศีรษะนายกิตติศักดิ์ เสียชีวิตคาที่ ส่วนนายภานุพงษ์ หรือนายเพชรได้ใช้อาวุธมีดแทงนายนพนัย จนแน่นิ่งไป ซึ่งจากเหตุการชุลมุนทำให้นายพายุ ถูกแทงเข้าที่สีข้างด้านขวา 1 แผลได้รับบาดเจ็บและในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุไว้ได้ทั้งหมดรวม 6 คนและนายพายุที่ได้รับบาดเจ็บด้วยรวมเป็น 7 คน นำตัวไปสอบสวนที่ สน.บางนา
จากการสอบสวน เด็กทั้งหมดให้การว่า บางคนเคยเป็นเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน อยู่ในละแวกเดียวกัน แต่ไม่ชอบหน้ากัน มีปากเสียงและทะเลาะกันทางโซเชียลฯบ่อยครั้ง ซึ่งก่อนเกิดเหตุกลุ่มของผู้เสียชีวิต ได้ไปทุบรถจักรยานยนต์ของกลุ่มคนร้ายเสียหาย จนผู้ใหญ่ต้องมาเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยให้ทางกลุ่มของผู้เสียชีวิตชดใช้ค่าซ่อมรถเป็นเงิน 2,000 บาท แต่ก็ยังไม่ทันได้ชดใช้เงินก็มาเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน
(1) ทีมข่าวได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของชาวบ้าน บริเวณจุดเกิดเหตุ เวลา 22.06 ของวันที่ 6 ก.ค.67 จับภาพเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างเยาวชนชายสองกลุ่ม จากภาพจะเห็นเยาวชนชาย 2 คน คือผู้บาดเจ็บ (ฝั่งผู้ก่อเหตุ) และผู้เสียชีวิต (คนถือมีด) กำลังชกต่อยกันอยู่หน้าบ้าน ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะถูกผู้เสียชีวิต ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงจนลงไปนอนกองกับพื้นแล้วชุลมุนอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เพื่อนของผู้บาดเจ็บ จะวิ่งเข้ามาช่วยรุมด้วยการใช้เท้าเตะเข้าไปที่ศีรษะของผู้เสียชีวิต ก่อนใช้มีดจ้วงแทงหลายครั้ง จากนั้นเจ้าของบ้านได้เปิดประตูออกมาดูเหตุกาณ์พร้อมตะโกนถามว่า “เฮ้ยน้องทำอะไรกันอ่ะ” ผู้เสียชีวิตได้ยินดังนั้น จึงรีบวิ่งออกไปจากจุดเกิดเหตุก่อนไปนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ที่บริเวณใกล้เคียง ต่อมาจะได้ยินเสียงผู้บาดเจ็บ ตะโกนด้วยความเจ็บปวดว่า “มันแทงกู” ซึ่งเพื่อนของผู้บาดเจ็บ พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือว่า ให้เรียกรถกู้ภัยและรถพยาบาล
(2) ต่อมาเป็นกล้องวงจรปิดภายในบ้านของชาวบ้าน ซึ่งบริเวณหน้าบ้านคือจุดที่ผู้ก่อเหตุใช้ก้อนอิฐทุบศีรษะของเยาวชนชายจนเสียชีวิต บันทึกเสียงเวลา 22.04 น. จนถึง 22.08 น.จะได้ยินเสียง แฟนสาวของผู้เสียชีวิตที่ถูกก้อนอิฐทุบศรีษะกำลังร้องให้โอดครวญด้วยความเสียใจฟังจับใจความไม่ได้ แต่จะได้ยินบางช่วงบางตอนเธอบอกว่า อย่าทำพี่
ส่วนที่สน.บางนา มีญาติของกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ไปติดต่อขอเยี่ยม และสอบถามถึงขั้นตอนที่พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการต่อไป
นายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 44 ปี พ่อของนายเพชรอายุ 14 ปี ผู้ก่อเหตุที่เป็นคนใช้อาวุธมีดแทงคู่กรณี เปิดเผยว่า วัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มนั้น เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันมาก่อน แต่ก็มีเรื่องบาดหมางกันมาตลอด แต่ครั้งนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต คาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องผู้หญิงที่กลุ่มวัยรุ่นฝ่ายลูกชายได้ไปติดต่อพูดคุยกับแฟนของฝ่ายคู่กรณี จึงทำให้เกิดความไม่พอใจ
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 22.00 น. จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. ภรรยาโทรศัพท์มาหาตนบอกว่า ลูกชายมีเรื่องทะเลาะวิวาท และมีคนถูกแทงจนเสียชีวิต 2 คน ทราบว่าเป็นกลุ่มคู่กรณีของเพื่อนลูกชาย ซึ่งหลังเหตุการณ์ตนเดินทางไปที่โรงพักได้พบและพูดคุยสอบถามกับลูกชาย เขาก็ยอมรับตามตรงว่า เป็นผู้ใช้อาวุธมีดก่อเหตุแทงคู่กรณีจริง เหตุที่ทำเป็นเพราะฝ่ายคู่กรณีเข้ามาหาเรื่องและใช้อาวุธมีดก่อเหตุก่อน ลูกชายพยายามบอกให้ผู้เสียชีวิตหยุด แต่ไม่ยอมหยุด สุดท้ายเพื่อนของลูกชายถูกแทง ลูกชายจึงเข้าไปเตะศีรษะผู้เสียชีวิตก่อนจ้วงแทงดังกล่าว ส่วนคนที่ใช้ก้อนอิฐทุบหัวผู้เสียชีวิตอีกรายนั้น ตนไม่ทราบว่าเป็นใครในกลุ่ม ส่วนนายเป๊ก เพื่อนของลูกชายอีกคนนึงที่ถูกแทงจนได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอาการพ้นวิกฤตแล้ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าเสียใจเป็นอย่างมาก เมื่อวานซืนลูกชายเพิ่งมาขอเงินไป 30 บาท ไม่แน่ใจว่านำเงินดังกล่าวไปซื้ออาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่ หลังจากนี้ถ้าลูกชายตนเองผิดก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้านนายสมชาติ อายุ 39 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า คืนเกิดเหตุ ตนนอนอยู่ภายในบ้าน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงวัยรุ่นเสียงดังตะโกนโวยวายด่าทอกันไปมา แต่จับใจความไม่ได้อยู่หน้าบ้าน สักพักได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ล้มเสียงดัง จึงเดินออกไปดู ปรากฏว่าเห็นนายกิตติศักดิ์ (นามสมมติ) ถูกอิฐทุบหัวจนเสียชีวิตอยู่ที่อีกจุดหนึ่ง แล้วนายเป๊กหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุก็วิ่งมาสาวหมัดกับนายนพนัย ผู้เสียชีวิตอีกรายที่หน้าบ้านตน
ก่อนที่นายเป๊กจะถูกนายนพนัยใช้มีดแทง จากนั้นนายเพชร เพื่อนของนายเป๊กรีบเข้ามาช่วยใช้มีดจ้วงแทงนายนพนัย ตนเห็นท่าไม่ดีรีบเปิดประตูออกไปห้ามนายนพนัย รีบวิ่งหนีเข้าไปในซอยใกล้เคียง จนไปนอนเสียชีวิตอยู่ริมถนน
หลังเหตุการณ์ตนรีบเข้าไปดูอาการของนายเป๊ก ผู้บาดเจ็บที่เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวดบอกว่า ไม่ไหวแล้ว ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งให้รถโรงพยาบาลมารับไปรักษาอาการ
ยอมรับว่าเคยเห็น เยาวชนสองกลุ่มนี้เป็นประจำ ซึ่งก็เป็นวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ทั้งนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนไม่ได้ตกใจ ยังออกไปตะโกนให้สองฝ่ายหยุดการกระทำดังกล่าวอยู่เลย
ต่อเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว ผู้ก่อเหตุที่เป็นเยาวชน 3 ราย ส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ส่งตัวไปควบคุมที่สถานพินิจ จากนั้นจะให้สหวิชาชีพไปสอบปากคำทำสำนวนคดี โดยสาเหตุที่ต้องคุมตัวออกจากห้องควบคุมขังก่อนเป็นเพราะ พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัวเยาวชนเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น โดยก่อนขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ ถึงปมเหตุที่เกิดขึ้น แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้แต่นิ่งเงียบ บอกเพียงว่าฝ่ายผู้เสียชีวิตเริ่มก่อนเท่านั้น
ทั้งนี้ในส่วนของผู้ก่อเหตุที่ไม่ใช่เยาวชน พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัวสอบปากคำ 48 ชั่วโมง เมื่อสอบปากคำแล้วเสร็จ ก็จะส่งตัวไปขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญาพระโขนงต่อไป
ส่วนด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ญาติของผู้เสียชีวิต เผยว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุ คือสมาชิกภายในแก๊ง “หลอนบางนา” ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ อายุระหว่าง 13-16 ปี เท่านั้น โดยแก๊งนี้จะมีหัวโจก อายุเกิน 20 ปี 3 คน คอยเป็นตัวตั้งตัวตีนำน้อง ๆ ไปทำเรื่องไม่ดีต่าง ๆ
โดยพฤติการณ์ส่วนใหญ่ แก๊งนี้มักจะชอบแต่งตัวฟอร์มช่าง ออกไปมั่วสุมกันตามซอยอุดมสุข 26 กทม. กับท่าน้ำบางนา และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลบางนา ซึ่งทุกครั้งก็จะพากันขี่รถจักรยานยนต์ไปเป็นหมู่คณะ พร้อมกับพกพาอาวุธมีดติดตัวออกไปตระเวนตีมั่วทำร้ายร่างกาย เยาวชนคนอื่นเป็นประจำ นอกจากนี้ สมาชิกบางคนยังมีพฤติกรรมการใช้ยาเสพติด สูบกัญชา และดื่มน้ำท่อมอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมา เยาวชนหลายคนในแก๊งค์นี้ก็เคยถูกดำเนินคดีไปแล้วหลายครั้ง
ก่อนหน้านี้ยอมรับว่า นายนพนัยกับนายกิตติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต มักจะถูกแก๊งหลอนบางนา หาเรื่องท้าตีท้าต่อยกันทางโซเชียลอยู่เป็นประจำ เนื่องจาก สมาชิกในแก๊งค์จะไม่ค่อยถูกชะตากับผู้เสียชีวิตทั้งสองคนสักเท่าไร
แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องผู้หญิงที่สื่อนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ยอมรับว่าตนไม่ทราบข้อเท็จจริง ทราบแต่เพียงว่า ในเวลากลางคืน ตนจะเห็นเด็กผู้หญิงอายุระหว่าง 13 ถึง 14 ปี มานั่งรวมในแก๊งหลอนบางนาเป็นประจำ สุดท้ายนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ยอมรับว่าเสียใจมาก นายนพพล ญาติของตนไม่ควรต้องมาจบชีวิตเช่นนี้




