ผัวยิงเมียในรถ หันปืนเป่าหัวตัวเองโคม่า

ผัวยิงเมีย หลังออกไปซื้อลูกชิ้นมาปิ้งขายให้นักเล่นสงกรานต์ ก่อนจ่อขมับตัวเอง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (14 เมษายน 2567) ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา และหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุบุคคลใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงกัน ที่บริเวณลานจอดรถทางเข้า สวนอาหารจันทร์ตะวัน ถนนเบญจรงค์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงรุดไปที่เกิดเหตุเพื่อให้ความช่วยเหลือ
โดยจุดเกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายทรงยศ อายุ 27 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด ที่บริเวณศีรษะ นอนหายใจรวยริน อาการสาหัส อยู่ภายในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว หมายเลขทะเบียน กอ-3282 นครราชสีมา และใกล้กันพบผู้บาดเจ็บ อีก 1 ราย คือ น.ส.ฐิตารีย์ อายุ 27 ปี ถูกยิงที่บริเวณกกหู ได้รับบาดเจ็บ แต่ยังสามารถสื่อสารให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้
เมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 มม. และปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก ตกอยู่ในรถเก๋งที่เกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา จึงเร่งปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บในเบื้องต้น ก่อนรีบนำตัวส่งให้แพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา รักษาต่อ

จากการสอบถามนายอุดมศักดิ์ เพื่อนของนายทรงยศฯ ผู้ก่อเหตุ ให้การเบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน โดยนายทรงยศฯ สามี ทำงานเป็นพนักงานร้านผ้าเบรครถยนต์ และน.ส.ฐิตารีย์ฯ ภรรยา เป็นเจ้าหน้าที่ของธนาคารออมสิน สาขาหนึ่งใน อ.เมืองนครราชสีมา ทั้งคู่ได้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวออกไปซื้อลูกชิ้น เพื่อนำมาทอดขายให้กับนักเล่นสงกรานต์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2567 แต่พอขากลับ ทั้งสองคนมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรงอยู่ภายในรถ ซึ่งนายทรงยศฯ สามี เกิดโมโหชักอาวุธปืนพกสั้นที่อยู่ข้างคนขับ ออกมาจ่อยิงนางสาวฐิตารีย์ฯภรรยา เข้าที่บริเวณกกหู แต่ภรรยาเบี่ยงหลบ จึงถูกแค่ถากๆ ได้รับบาดเจ็บ จากนั้น นายทรงยศฯ ได้ลงจากรถไปเปลี่ยนลูกกระสุนปืน แล้วเข้าไปนั่งในรถที่บริเวณคนขับ และต่อมา ได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกัน จ่อยิงที่ศีรษะตัวเองบริเวณด้านซ้าย กระสุนไปตุงอยู่ขมับด้านขวา นอนฟุบจมกองเลือดที่เบาะรถ นางสาวฐิตารีย์ฯตกใจ จึงได้เปิดประตูรถ วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่กำลังทอดลูกชิ้นขายอยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ และรีบโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจกับหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา มาช่วยเหลือนำร่างส่ง รพ.
โดยล่าสุด นายทรงยศฯ ผู้ก่อเหตุ แพทย์ระบุว่า อาการบาดเจ็บยังสาหัสอยู่ ยังไม่พ้นขีดอันตราย ส่วนภรรยาอาการปลอดภัยแล้ว ซึ่งร้อยเวรฯ จะได้สอบปากคำอีกครั้ง เมื่ออาการดีขึ้นจนสามารถให้การได้แล้ว เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนนำไปประกอบสำนวนดำเนินคดีตามกฎหมาย




