นายหน้าทุเรียนหายตัวไป 4 วัน พบเป็นศพถูกฆ่าฝังดิน

พบศพนายหน้าค้าทุเรียนถูกฆ่าโหด ถุงครอบหัว มัดมือมัดเท้าฝังดิน หลังหายออกจากบ้าน 4 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดคนร้ายมีมากกว่า 1 เร่งติดตามตัวเจ้าของสวนทุเรียนมาสอบเพิ่ม
(9 ก.ย. 66) เวลา 09.30 น. ตำรวจ สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุพบศพผู้เสียชีวิตถูกฝังอยู่บริเวณริมตลิ่งของคลองในหมู่บ้านตายา ม.1 ต.สุวารี อ.รือเสาะ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รวมทั้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และมูลนิธิฮิลาลหะมัร รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าผ่านสวนยางพาราและสวนผลไม้ที่ปลูกแบบผสมผสาน จากถนนในหมู่บ้านประมาณ 700 เมตร พบชาวบ้านจำนวนหนึ่งนั่งและยืนจับกลุ่มที่บริเวณใกล้หลุมฝังศพ หลังจากที่ชาวบ้านได้ช่วยกันขุดเนินทราย ซึ่งอยู่ด้านหลังของขนำในสวนทุเรียน ประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้กันชาวบ้านออกห่างก่อนเข้าตรวจสอบ
พบศพดังกล่าวอยู่ในสภาพนอนคว่ำหน้า ใส่เสื้อยืดโปโลสีฟ้าสวมผ้าโสร่งลายหมากรุกสีน้ำตาล ที่ศรีษะมีกระสอบใส่ข้าวสารสีขาวคลุมไว้และใช้เชือกฟางมัดปลายถุงกับลำคอ ส่วนมือทั้ง 2 ข้างถูกมัดด้วยเชือกฟาง แถมเท้าทั้ง 2 ข้างก็ถูกมัดด้วยเชือกฟางเช่นกัน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน
เจ้าหน้าที่จึงมอบศพผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฮิลาลหะมัร นำศพส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่บริเวณขนำ พบร่องรอยคล้ายมีคนจำนวนหนึ่งมาที่ขนำ ซึ่งมีรอยเท้าและเศษผ้าส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปพิสูจน์ทางกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์
ต่อมา น.ส.แยนะ อายุ 60 ปี ได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าศพผู้เสียชีวิตคือ นายเจ๊ะลง อายุ 71 ปี ซึ่งเป็นสามี มีอาชีพเป็นนายหน้ารับซื้อทุเรียน ประกอบอาชีพนี้มานานกว่า 3 ปี ก่อนหน้านี้ตนได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ ว่าสามีได้หายตัวออกจากบ้านพักเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟสีแดงดำ ทะเบียน 1 กญ 2649 นราธิวาส โดยบอกทางบ้านว่าจะเดินทางไปดูทุเรียนจากนั้นก็ได้หายไปและมาพบศพในวันนี้
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญๆหลายรายการ และคาดว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้อย่างน้อยมีด้วยกัน 2 คนขึ้นไป โดยเจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือเชิญเจ้าของสวนจุดเกิดเหตุมาให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่ แต่พบว่าขณะนี้เจ้าของสวนได้หายออกไปจากบ้าน มีพิรุธและตกอยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดตามตัวมาสอบสวนและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ส่วนปมเหตุในเบื้องต้นคาดว่า น่าจะเป็นความขัดแย้งในเรื่องส่วนตัว ที่อาจจะเกี่ยวโยงกับการเป็นนายหน้าค้าผลไม้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อติดตามคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป




