แม่พาเหยื่อสาวออทิสติกวัย 20 แจ้งความเอาผิดรองนายก อบต. ย่ำยีตั้งแต่ ป.6 จนท้อง

แม่พาเหยื่อสาวออทิสติกวัย 20 แจ้งความเอาผิดรองนายก อบต. ย่ำยีตั้งแต่ ป.6 จนท้อง ซ้ำยังตามคุกคามไม่เลิก
(18 ก.ย. 69) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากผู้เป็นแม่ อายุ 49 ปี เดินทางมาพร้อมกับลูกสาวที่มีอาการทางโรคออทิสติก ปัจจุบันอายุ 20 ปี และยายของเด็ก นำหลักฐานภาพถ่ายเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ดนุสรณ์ เสนชู พนักงานสอบสวน สภ.ลานสัก ให้ดำเนินคดีกับรองนายก อบต. แห่งหนึ่งในอำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยถูกขืนใจและลวนลามตั้งแต่วัยเรียนชั้น ป.6 ต่อมาถูกกระทำซ้ำจนตั้งครรภ์ในวัย 15 ปี ปัจจุบันยังตามมาคุกคามขืนใจซ้ำอีกจนไม่เกรงกลัวกฎหมาย แถมยังขู่จะยิงหัวผู้เป็นแม่และยาย ก่อนหน้านี้ที่ยอมเคลียร์ใจให้เพราะเห็นอีกฝ่ายทำงานเป็นข้าราชการท้องถิ่น หวั่นเกรงเรื่องอิทธิพล แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมเลิกลา กลับยังตามมาคุกคามต่อเนื่อง
เบื้องต้นจากการสอบถามน้องอายุ 20 ปี ซึ่งยังสามารถพูดคุยได้ เปิดเผยว่าถูกกระทำตั้งแต่อยู่ชั้น ป.6 ในป่ามันระหว่างขากลับจากโรงเรียน โดยรู้ตำแหน่งหน้าที่การงานของอีกฝ่ายชัดเจน ก่อนหน้านี้รองนายก อบต. คนดังกล่าวเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งปัจจุบันเลื่อนมาดำรงตำแหน่งเป็นรองนายก อบต.
ด้านผู้เป็นยาย อายุ 80 ปี เปิดเผยด้วยความหวาดกลัวจนทุกวันนี้ยังนอนไม่หลับว่า รองนายก อบต. คนดังกล่าวพักอาศัยอยู่รั้วติดกันกับบ้าน เรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่หลานเรียนอยู่ชั้น ป.6 วันที่ทราบเรื่อง ตัวรองนายก อบต. เดินเข้ามาที่บ้านและเล่าให้ฟังเองว่าได้ขืนใจหลานสาวแล้ว พร้อมทั้งซื้อยาคุมกำเนิดมาให้กิน แต่หลานไม่ยอมกินและคายทิ้งจนกระทั่งตั้งครรภ์ ต่อมาก็ยังไม่ยอมเลิกลา เข้ามาลวนลามและขืนใจเรื่อยมา ถึงขั้นอ้างว่าจะซื้อขนมและให้เงิน พร้อมข่มขู่ยายมาตลอดว่าห้ามพูดให้ใครฟัง ไม่อย่างนั้นจะฆ่าให้ตาย ทำให้ยายหวาดกลัวไม่กล้าบอกใคร จนกระทั่งเรื่องแดงขึ้นมาอีกรอบ ทั้งนี้ ที่ผ่านมารองนายก อบต. ยังเคยอ้างกับยายด้วยว่ามีปืนถึง 3 กระบอก แต่ยายไม่เคยเห็น
ขณะที่ผู้เป็นแม่เปิดเผยว่า ก่อนจะทราบเรื่อง ตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่วนลูกสาวอาศัยอยู่กับยายที่ อ.ลานสัก ช่วงนั้นน้องเรียนอยู่ชั้น ป.6 ตนจึงได้ตกลงจ้างรองนายก อบต. คนดังกล่าวให้ช่วยรับส่งน้องไปเรียน จนกระทั่งน้องอายุ 15 ปี ตนมาทราบความจริงว่าน้องตั้งครรภ์ จึงสอบถามความจริงจากปากน้อง ซึ่งบอกว่าถูกผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวขืนใจ ตนตกใจมากจึงเรียกมาพูดคุยตกลงกัน โดยอีกฝ่ายยอมรับว่าได้กระทำจริง จึงทำข้อตกลงกันให้จบเรื่อง ตนเรียกค่าเสียหาย 150,000 บาท แต่อีกฝ่ายอ้างว่าไม่มีเงินสด ขอจ่ายเป็นเงิน 30,000 บาท และที่ดิน ส.ป.ก. จำนวน 2 ไร่ พร้อมทำข้อตกลงเด็ดขาดห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับน้องอีก
ต่อมาหลังจากน้องคลอดบุตร ตนได้พาน้องหนีไปอยู่กรุงเทพฯ ผ่านไปประมาณ 2 ปี คิดว่าปลอดภัยแล้วจึงส่งน้องกลับมาอยู่บ้านกับยายอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าเรื่องทราบถึงหูรองนายก อบต. จึงบุกเข้ามาหาน้องอีก อ้างว่าจะซื้อขนมและให้เงิน จนถึงขั้นก่อเหตุลวนลามและพาน้องไปกระทำซ้ำ ส่วนยายก็ถูกข่มขู่จนไม่กล้าพูด ตนทนไม่ไหวจึงโทรศัพท์ไปเคลียร์ แต่กลับถูกรองนายก อบต. ขู่จะเอาปืนยิงหัว แถมขู่ยายอีกว่าหากไปแจ้งความ ตำรวจในโรงพักก็เป็นพรรคพวกเดียวกันหมด ตนจึงตัดสินใจเดินทางจากกรุงเทพฯ เข้าแจ้งความเอาผิดให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งพานำตัวน้องไปตรวจร่างกายเพิ่มเติมและรับตัวมาดูแลอย่างใกล้ชิดที่ กทม.




