รวบตัวแล้วสาวแสบฉกทรัพย์นทท.ตุรกี หลังรู้จักผ่านแอปหาคู่ไม่ถึง 3 วัน

ข่าวเวิร์คพอยท์
รวบตัวแล้วสาวแสบฉกทรัพย์นทท.ตุรกี หลังรู้จักผ่านแอปหาคู่ไม่ถึง 3 วัน

ตำรวจท่องเที่ยวบุกตามรวบสาวแสบฉกทรัพย์นทท.ตุรกี หลังรู้จักผ่านแอปฯหาคู่ไม่ถึง 3 วัน เจ้าตัวยอมรับทำจริงเพราะอยากได้เงิน หลังผู้เสียหายพาเข้าโรงแรมแล้วใช้ให้ไปซื้อเครื่องดื่มก่อนฉวยจังหวะชิ่ง

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีเมื่อเวลา 03.30 น.ของวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา นาย รูฮาน โทปาล (MR.RUHAN TOPAL) อายุ 50 ปี สัญชาติตุรกี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ว่าโดนหญิงไทยที่รู้จักผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ไม่ถึง 3 วัน ฉกเงินสดสกุลดอลลาร์ และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง รวมมูลค่าเกือบ 1 แสนบาท หลบหนีไป เหตุเกิดที่ โรงแรมแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น 

ล่าสุด พ.ต.ท.ปริญ ศรีภัทรกุลชัย สว.สส.กก.2 บก.ทท1 , ร.ต.อ.อภิชาติ จารุรักษ์ รอง.สว.กก.2 บก.ทท.1 พร้อมกำลัง ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว สามารถสืบสวนและแกะรอย จนรู้ตัวสาวที่ลงมือก่อเหตุฉกทรัพย์ของนักท่องเที่ยวชาวตุรกีรายนี้ ทราบชื่อต่อมาคือ นางนภาพร รอดคุ้ม อายุ 38 ปี จึงทำการขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยา ออกหมายจับ เลขที่ 633/2566 ในข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 

ก่อนจะนำกำลังตามไปจับกุม นางนภาพร ขณะขี่รถจักรยานยนต์ อยู่บริเวณทางเข้าเขายายดา ต.พง อ.เมือง จ.ระยอง จากนั้น ควบคุมตัวมาสอบสวน และ พาไปยึดของกลางเป็นโทรศัพท์ ยี่ห้อ ไอโฟน 14 โปร ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่า นำไปโยนทิ้งไว้ บริเวณแยกกระทิงลาย ต.บางละมุง 

รวบตัวแล้วสาวแสบฉกทรัพย์นทท.ตุรกี หลังรู้จักผ่านแอปหาคู่ไม่ถึง 3 วัน

เบื้องต้น นางนภาพร รอดคุ้ม ให้การยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุขโมยทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวชาวตุรกี ที่เพิ่งจะรู้จักกันได้เพียง 3 วัน ผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ โดยในวันเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้พาตนเองเข้าโรงแรมที่เกิดเหตุ แล้วยื่นเงินให้ 700 ดอลล่าร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 20,000 บาท แล้วบอกว่าให้ตนลงไปซื้อสุรา และเครื่องดื่ม 

ด้วยความอยากได้เงิน จึงตั้งใจจะนำเงินของผู้เสียหายหนีไป โดยจะไม่กลับขึ้นมาหาผู้เสียหายบนโรงแรมอีก พร้อมทั้งคว้าโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายมาด้วย เพราะในโทรศัพท์มือถือมีรูปถ่ายของตนอยู่ กลัวผู้เสียหายจะนำภาพถ่ายของตนไปให้ตำรวจ หลังก่อเหตุได้นำโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายไปโยนทิ้ง แล้วหนีกลับไปยัง จ.ระยอง ก่อนจะมาถูกตำรวจตามจับกุมได้ดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง