จับอดีต อบต.พร้อมเมียชาวลาวขนยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด

จับอดีต อบต.พร้อมเมียชาวลาวขนยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ดส่งเครือข่ายภาคอีสาน
(24 เม.ย.67) ตำรวจภูธรภาค 3 นำโดย พล.ต.ท.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และ พล.ต.สันทัต จันทน์มาลา ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 26 , นายปิยะ ปิจนำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และนายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ปปส.ภาค 3 ได้ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลางยาบ้าเกือบ 1 ล้านเม็ด ที่หอประชุมชัยจินดา ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และตรวจยึดรถยนต์ ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมมูลค่ากว่า 8 แสนบาทด้วย
สืบเนื่องจาก ตำรวจ , ตชด. , ทหาร และฝ่ายปกกครองที่เกี่ยวข้องหลายหน่วย ได้บูรณาการออกระดมกวาดล้าง เครือข่ายยาเสพติด ช่วงวันที่ 2-7 เมษายน 2567 สามารถจับกุมผู้ต้องหา ได้ 7 คดี 9 คน ของกลางยาบ้า 112,303 เม็ด , กระสุนปืน 27 นัด

โดยเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผล จนสามารถจับกุมผู้ต้องหา ในเครือข่ายยาเสพติดดังกล่าว ได้เพิ่มเติมอีก 1 คดี เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567 ผู้ต้องหา 2 คน คือนายบุญเทียน อายุ 40 ปี อดีตสมาชิก อบต.ศรีชมพู จ.บึงกาฬ และ น.ส.ไลพอน อายุ 30 ปี อยู่แขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาชนลาว ภรรยา ได้พร้อมของกลางยาบ้ามากถึง 922,000 เม็ด ขณะลักลอบขนมาในรถเก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า แจ๊ส ขับผ่านเข้ามาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อกระจายส่งขายให้กับเครือข่ายค้ายาในพื้นที่ภาคอีสาน แต่ถูกตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง สนธิกำลังไล่ล่าจับกุมได้

สอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การว่า พวกตนได้ร่วมกันกับนายเนรมิตร และนายเบิ้ม ที่หลบหนีไปได้ และเป็นคนขับรถยนต์เก๋ง ฮอนด้า แจ๊ส ร่วมกันนำยาบ้ามาส่งให้กับลูกค้าตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งครั้งนี้นำมาจำนวนประมาณ 790 มัด หรือประมาณ 1,580,000 เม็ด โดยได้นำไปวางให้กับลูกค้าบางส่วนแล้วในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ 100 มัด หรือจำนวน 200,000 เม็ด และ จ.มหาสารคาม อีก 100 มัด หรือจำนวน 200,000 เม็ด
ส่วนที่เหลือ ตั้งใจจะนำมาส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จากนั้น จะไล่ทยอยวางให้กับลูกค้าในพื้นที่อำเภอและจังหวัดต่างๆทางภาคอีสาน แต่พอขับเข้ามาในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ทราบว่า มีรถเจ้าหน้าที่ขับสะกดรอยติดตามมา พวกตนจึงขับรถแยกย้ายกันหลบหนี และตนได้โทรศัพท์บอกให้รถอีกคันโยนยาบ้าทิ้งระหว่างทาง เพื่อเบี่ยงเบนไม่ให้เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามทัน ซึ่งรถยนต์อีกคันสามารถหลบหนีไปได้ ส่วนรถของตนกลับมาถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับกุมได้

นายบุญเทียน บอกอีกว่า เป็นอดีตสมาชิก อบต.ศรีชมภู จ.บึงกาฬ และได้หมดวาระออกมา จึงตัดสินใจไม่ลงเล่นการเมืองต่อ เนื่องจาก มีค่าใช้จ่ายที่เป็นภาษีสังคมสูง จึงออกมาทำธุรกิจกล้ายางพารา แต่ทำไปทำมาเจ๊ง จึงตัดสินใจมาขายยาบ้า โดยได้ทำมาหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งจะไปรับเอายาบ้ามาไม่น้อยกว่า 800-1,000 มัด หรือราว 1,600,000-2,000,000 เม็ด เพื่อมาส่งให้กับลูกค้าตามรายการที่ได้มีการสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้วกับชาวลาว
ซึ่งตนจะได้รับค่าจ้างในการขนลำเลียงมาส่งลูกค้ามัดละ 300 บาท ส่วนเงินค่าจ้างชาวลาวจะทยอยจ่ายให้ภายหลัง ทุกครั้งที่นำยาบ้าไปวางให้ลูกค้าครบทุกเจ้า




