“ปริญญ์” รอดคดีอนาจารผู้เยาว์ เหตุหมดอายุความ-ไม่ได้พรากฯ

ข่าวเวิร์คพอยท์
“ปริญญ์” รอดคดีอนาจารผู้เยาว์ เหตุหมดอายุความ-ไม่ได้พรากฯ

ศาลยกฟ้อง “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” คดีอนาจารผู้เยาว์ ชี้คดีหมดอายุความ และเจ้าตัวให้รถไปส่งเด็กสาวตามที่ร้องขอ ศาลเห็นว่าไม่ใช่การพรากผู้เยาว์

(14 ธ.ค. 66) ศาลอาญา รัชดา นัดฟังคำพิพากษา คดีพรากผู้เยาว์ หมายเลขดำ อ.1849/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เป็นจำเลยในความผิดฐาน พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน18 ปี เพื่อการอนาจาร 

ผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยัง นายปริญญ์ในช่วงเช้า แต่เมื่อทราบว่าเป็นนักข่าวได้ตัดสาย ต่อมาได้โทรศัพท์ไปอีกแต่ไม่รับสาย ขณะที่สื่อมวลชนจากทุกสำนักต่างมารอหน้าศาล แต่ยังไม่พบตัว

เมื่อตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ศาล ระบุว่า นายปริญญ์ ได้อยู่ที่ห้องพิจารณาคดีแล้ว โดย นายปริญญ์ สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า สูทดำ มาฟังคำตัดสินศาล

ศาลใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในการอ่านคำพิพากษา ยกฟ้อง 2 ข้อหา คือ ข้ออนาจาร เด็กอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน18 ปี ต่อหน้าธารกำนัล โดยศาลพิพากษา ยกฟ้อง เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุเป็นรถตู้ มีผ้าม่านกั้น มีฟิล์มดำ เป็นพื้นที่ที่ไม่มีบุคคลภายนอกอยู่ ส่วนการอนาจารที่มีการใช้มือลูบไล้ ถกกระโปรง จึงเป็นการอนาจารที่ไม่ได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งเป็นคดีที่สามารถยอมความได้ อีกทั้งในคดีอนาจาร หมดอายุความไปแล้ว หลังจากวันเกิดเหตุ 3 เดือน (25 เม.ย. 61) แค่โจทก์มายื่นฟ้องในปี 2565 ทำให้คดีขาดอายุความ ศาลจึงพิพากษายกฟ้องในข้อหานี้ 

ส่วนข้อหาพรากผู้เยาว์ไปจากพ่อแม่ เพื่อไปอนาจาร ผลการไต่สวนปรากฎข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ส่งโจทก์ ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ตามร้องขอของโจทก์ หลังจากกระทำอนาจารบนรถตู้ โดยจำเลยไม่มีท่าทีขัดขวาง หรือกักขัง ทำให้ไม่เข้าข่ายลักษณะพรากผู้เยาว์  ประกอบกับพยานหลักฐานของโจทก์ รับฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง จึงยกฟ้อง ในข้อหานี้

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายปริญญ์ มีสีหน้าเรียบเฉย และปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนจะเดินทางกลับ พร้อมภรรยา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ปริญญ์” รอดคดีอนาจารผู้เยาว์ เหตุหมดอายุความ-ไม่ได้พรากฯ | Workpoint News